BLOG

    Home Blog Latest รวมวิธีทำพอร์ตโฟลิโอเข้ามหาลัยให้เป๊ะเหมือนมือโปรมาเอง

รวมวิธีทำพอร์ตโฟลิโอเข้ามหาลัยให้เป๊ะเหมือนมือโปรมาเอง

รวมวิธีทำพอร์ตมหาลัย

การเข้ามหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่จะทำการเติบโตเปลี่ยนไปในทิศทางที่แตกต่างกัน ซึ่งในการสมัครในรอบแรกนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นการยื่นด้วย Portfolio หรือแฟ้มสะสมผลงาน เพราะนอกจากจะแสดงถึงความสามารถของน้องๆ แล้ว Portfolio ยังเป็นสิ่งสะท้อนถึงตัวตนของเจ้าของได้เป็นอย่างดี และนี่คือเทคนิคการทำพอร์ตมหาลัยที่น้องๆ ทุกคนควรรู้ !

พอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) เข้ามหาวิทยาลัย ต้องใส่อะไรบ้าง

Portfolio หรือแฟ้มสะสมผลงาน นับเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้กรรมการของทางมหาวิทยาลัยมีความสนใจในตัวของน้องๆ โดยเฉพาะการสอบเข้ารอบแรกหรือที่เรียกกันว่า รอบรับตรง ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการคัดเลือกจากความสามารถเฉพาะทางของผู้เข้าสอบที่ทางคณะต้องการ ดังนั้นการทำพอร์ตมหาลัยที่มีเนื้อหาครบถ้วนทุกส่วน ทั้งหน้าปก คำนำ ประวัติส่วนตัว และอื่นๆ อีกมากมายก็จะทำให้น้องๆ มีโอกาสได้รับความสนใจในการรับเข้าศึกษามากยิ่งขึ้น

หน้าปก

หน้าปก เปรียบเสมือนหน้าต่างของ Portfolio เป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้กรรมการตัดสินใจว่าจะเปิดแฟ้มเพื่อดูผลงานหรือไม่ ถ้าหากเนื้อหาภายในมีความน่าสนใจ แต่หน้าปกของพอร์ตเข้ามหาลัยไม่มีความดึงดูดใจ ก็อาจทำให้คณะกรรมการมองข้ามไปได้อย่างง่ายดาย

ซึ่งสิ่งที่ควรมีบนหน้าปกของ Portfolio ประกอบด้วย 4 ส่วนคือ ชื่อจริง-นามสกุล ชื่อเล่น ชื่อโรงเรียน และชื่อมหาวิทยาลัย/คณะ/สาขา ที่ยื่นสมัคร พร้อมแนวคิดการออกแบบที่เข้ากับคณะที่ยื่น มีรูปในชุดนักเรียนและหน้าใบหน้าชัดเจน

โดยสำหรับคณะอินเตอร์นานาชาติบางคณะอาจมีการกำหนดสเปกของหน้าปกมาให้โดยเฉพาะ ขนาดของกระดาษโดยทั่วไปก็จะเป็น A4 และใช้ฟอนต์ที่อ่านง่ายและสวยงาม

คำนำ

คำนำ หรือส่วนเกริ่นนำของเนื้อหา คือองค์ประกอบต่อมาในแฟ้มสะสมผลงาน เป็นส่วนที่น้องๆ สามารถบอกเหตุผลที่สนใจในคณะหรือมหาวิทยาลัยที่ยื่น มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ คือเขียนอย่างไรก็ได้เพื่อแสดงให้คณะกรรมการได้เห็นถึงความสนใจจริงๆ เกี่ยวกับการศึกษาหาข้อมูลของคณะและมหาวิทยาลัย โดยที่ไม่จำเป็นต้องเขียนยาวมากนัก แต่เน้นเนื้อหาให้สั้นและกระชับมากกว่า

ประวัติส่วนตัว

การเขียนประวัติส่วนตัว เปรียบเหมือนการแนะนำตัวให้คณะกรรมการได้รู้จักกับน้องๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งน้องๆ ควรใส่ข้อมูลสำคัญให้ครบถ้วน เช่น รูปภาพในชุดนักเรียน ข้อมูลพื้นฐาน ความชอบ งานอดิเรก ความสามารถพิเศษ (ถ้าเกี่ยวกับคณะที่จะเข้าก็จะยิ่งดี) ข้อมูลครอบครัวที่สามารถติดต่อได้เมื่อมีปัญหา และข้อมูลการติดต่อของน้องๆ เอง เป็นต้น

และถ้าหากอยากให้แฟ้มมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ส่วนของข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถใส่ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไปพร้อมๆ กันอีกด้วย

ประวัติการศึกษา

หลังจากมีข้อมูลพื้นฐานแล้ว ความสามารถในการเรียนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คณะกรรมการใช้ตัดสินใจในการรับเข้าศึกษา ซึ่งในการทำพอร์ตมหาลัยที่ดี อย่าลืมที่จะใส่ส่วนนี้เข้ามาด้วย พร้อมทั้งบอกรายละเอียดต่างๆ ในแต่ละระดับชั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือเกรดเฉลี่ย เพราะบางคณะและสาขาก็จะมีเกณฑ์ในการรับเข้าศึกษาด้วย ดังนั้นถ้าหากน้องๆ ไม่มีข้อมูลเหล่านี้มาแสดงให้เห็นก็อาจพลาดโอกาสสำคัญที่จะได้เข้าศึกษาได้

ผลการสอบวัดระดับทักษะ

สำหรับบางคณะและสาขา ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นอีกหนึ่งเกณฑ์ที่คณะกรรมการจะให้ความสนใจในการรับเข้าศึกษา โดยเฉพาะคณะด้านสายภาษาศิลป์ ทำให้ถึงแม้ว่าผลคะแนนสอบวัดระดับนอกโรงเรียนจะเป็นส่วนที่ไม่ได้บังคับ แต่การที่น้องๆ ใส่ผลการสอบวัดระดับเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หรือภาษาอื่นๆ ก็จะช่วยดึงดูดกรรมการได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมที่เข้าร่วม

สำหรับน้องๆ ที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมในโรงเรียน ทั้งการเป็นประธานนักเรียน เป็นประธานชมรม เป็นคณะกรรมการนักเรียน หรือการเป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน ก็สามารถใส่กิจกรรมที่เข้าร่วมลงในพอร์ตส่วนนี้ได้ เพราะการทำพอร์ตมหาลัยที่มีกิจกรรม สามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของเราและความสามารถพิเศษต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าหากน้องๆ ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคณะมากเท่าไร โอกาสที่กรรมการจะมองเห็นความสามารถของเราก็ยิ่งมากขึ้นตาม ซึ่งแต่ละภาพควรเล่าเรื่องราวและรายละเอียดของกิจกรรมให้สั้น กระชับ และเข้าใจง่าย

ผลงานและเกียรติบัตร

องค์ประกอบสุดท้ายที่น้องๆ ควรใส่เมื่อทำพอร์ตมหาลัยคือ ผลงานและเกียรติบัตรระหว่างการเรียน ที่ได้มาจากการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะเป็นการบ่งบอกถึงความสามารถพิเศษ ความกระตือรือร้น และการจัดการเวลาระหว่างการเรียนและการทำกิจกรรม โดยอาจเรียงลำดับรางวัลใหญ่ไปจนถึงรางวัลเล็ก และเล่ารายละเอียดต่างๆ ทั้งกิจกรรมที่เข้าร่วม ชื่อรางวัล คำอธิบาย และรูปประกอบ เพื่อให้สามารถเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการทำพอร์ตเข้ามหาวิทยาลัย

นอกจากองค์ประกอบของเนื้อหาที่น้องๆ ควรใส่ให้ครบถ้วนแล้ว การออกแบบพอร์ตเข้ามหาลัยก็มีความสำคัญควรออกแบบให้ดูสวยงาม โดดเด่น และสร้างความน่าสนใจให้กับคณะกรรมการ ซึ่งถ้าน้องๆ มีความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ก็จะยิ่งทำให้แฟ้มผลงานได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

ความถูกต้องของเนื้อหา

สิ่งสำคัญที่สุดในการทำพอร์ตเข้ามหาลัย คือ ความถูกต้องของเนื้อหา ทั้งในแง่ของการสะกดคำและเนื้อหาภายในแฟ้ม โดยถ้าหากน้องๆ มีการสะกดคำที่ถูกต้องก็จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ความละเอียด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งยังป้องกันการเข้าใจผิดในการสื่อสารอีกด้วย และในส่วนของเนื้อหาภายในแฟ้มเป็นสิ่งสำคัญที่น้องๆ ไม่ควรเขียนเกินจริง คัดลอกจากที่อื่น หรือแต่งขึ้นมาเอง เพราะถึงแม้ว่าจะทำให้ตัวน้องๆ มีความน่าเชื่อถือมากเพียงใด แต่ถ้าหากคณะกรรมการรู้ความจริง ก็มีโอกาสที่จะถูกคัดออกสูงมากเช่นกัน

การเลือกฟอนต์ที่อ่านง่าย

ถ้าหาก Portfolio มีเนื้อหาที่น่าสนใจ แต่อ่านยากก็อาจทำให้คณะกรรมการไม่สนใจผลงานต่างๆ ได้อย่างทันที ซึ่งน้องๆ ที่ต้องการทำพอร์ตเข้ามหาลัยให้สวยงาม ก็ควรใช้ฟอนต์ที่อ่านง่าย ไม่เกิน 2-3 รูปแบบ และฟอนต์ที่แนะนำคือ

  • ไทยสารบัญ (TH Sarabun PSK) ฟอนต์ยอดฮิตที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นทางการ แต่ไม่เรียบร้อยจนเกินไป ทำให้เหมาะกับส่วนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มากกว่าหัวข้อใหญ่
  • อาร์เอสยู (RSU) ฟอนต์ไม่มีหัวที่ให้ความรู้สึกทันสมัยและอ่านง่ายในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่สามารถนำมาใช้ได้
  • พร้อม (Prompt) อีกหนึ่งฟอนต์ที่เหมาะกับใช้บริเวณหัวข้อ โดยมีลักษณะเด่นคือ ไร้หัว แต่อ่านง่าย ไม่เป็นทางการจนเกินไป

การจัดวาง Layout

การจัดวางหน้ากระดาษให้มีความสวยงาม ส่งผลให้พอร์ตโฟลิโอของน้องๆ มีความเป็นระเบียบและอ่านได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยมีทั้งหมด 4 ส่วน ได้แก่

  • ตัวอักษร (Text) เป็นคำอธิบายรายละเอียดของน้องๆ แบ่งเป็น หัวข้อ (Headline) หัวข้อย่อย (Sub-headline) และข้อความ (Text)
  • รูปภาพ (Photo) รูปภาพที่ใส่ในพอร์ตเข้ามหาลัยควรเห็นหน้าชัดเจน ไม่ใส่เยอะจนเกินไป น้องๆ ต้องถามตัวเองให้ดีก่อนว่าภาพที่ใส่มีความจำเป็นหรือไม่
  • ตาราง (Gridline) คือเส้นที่ใช้การกำหนดตำแหน่ง เพื่อให้จัดวางองค์ประกอบต่างๆ ในการทำพอร์ตมหาลัยได้อย่างสวยงาม เป็นระเบียบ และสมดุล
  • ระยะห่างระหว่างบรรทัด (Space) คือส่วนสำคัญที่ทำให้ข้อความน่าอ่านมากยิ่งขึ้น ซึ่งน้องๆ ควรปรับระยะห่างให้ไม่ชิดหรือห่างจนเกินไป เพราะอาจทำให้ Portfolio มีความทางการจนเกินไปหรือสื่อสารไม่เข้าใจได้

การเลือกใช้โทนสี

สี เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการทำพอร์ตมหาลัยที่ดี เพราะสีจะส่งผลต่อจิตวิทยาของคณะกรรมการที่คัดเลือกน้องๆ เข้าสู่มหาวิทยาลัย โดยภายในพอร์ตเข้ามหาลัยควรใช้สีไม่เกิน 3 สี เพราะจะทำให้สามารถควบคุมโทนสีได้ง่าย ซึ่งถ้าหากน้องๆ ยังไม่รู้ว่าจะใช้สีไหนพี่ก็มีเทคนิควิธีการเลือกสีมาฝากกัน ดังนี้

  • สีประจำมหาวิทยาลัยหรือคณะที่ยื่น เพราะโดยส่วนมากแล้ว สีเหล่านี้จะมีเพียง 1-3 สีเท่านั้น และการใช้สีดังกล่าวยังแสดงถึงความตั้งใจในการทำพอร์ตโฟลิโอเพื่อการสมัครเข้าอีกด้วย เช่น จุฬาลงกรณ์-สีชมพู เกษตรศาสตร์-สีเขียว มหิดล-สีน้ำเงิน ธรรมศาสตร์-สีน้ำเงินและสีแดง
  • สีตามเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีที่มีมากกว่า 1 สี และไม่แตกต่างจนเกินไปอีกด้วย สำหรับน้องๆ ที่ไม่รู้จะเลือกใช้สีไหน โทนไหนมาใช้ ลองดูจากในเว็บที่ช่วยจับคู่สีได้ เช่น Color Hunt BrandColors Coolors 
  • สีที่ชื่นชอบ น้องๆ สามารถใช้สีที่ตัวเองรู้สึกว่าถูกใจ เพราะถึงยังไงสีที่ใช้ก็ไม่ได้มีผลต่อการเข้ามหาลัยมากเท่าไรนัก

ตัวช่วยในการทำพอร์ตมหาลัยให้ปัง ไม่ต้องเก่งศิลปะ ก็ทำได้

สำหรับน้องๆ ที่ไม่มีเวลาในการทำพอร์ตมหาลัย หรือไม่เก่งทางด้านคอมพิวเตอร์เท่าไรนัก ปัจจุบันก็มีตัวช่วยอย่างเว็บไซต์ออนไลน์ที่จะทำให้แฟ้มผลงานของน้องๆ สวยงามไม่แพ้คนอื่น ซึ่งก็มีทั้งแบบเสียเงินและใช้งานฟรีให้ได้เลือกสรรกัน เช่น

  • Portfolio Me: เว็บไซต์สร้าง Portfolio หลากหลายรูปแบบที่ให้น้องๆ ได้เลือกตามที่ต้องการ
  • Canva: เว็บไซต์การออกแบบที่มีงานให้เลือกหลายประเภท ตั้งแต่ โปสการ์ด ข้อความ ไปจนถึงพอร์ตเข้ามหาลัย เพียงแค่น้องๆ เลือกเทมเพลต และใส่ข้อมูลตัวเอง ก็จะได้แฟ้มผลงานสวยๆ ไปยื่นมหาวิทยาลัยที่ต้องการแล้ว
  • Admission Premium: เว็บไซต์ออกแบบซึ่งเน้นแฟ้มผลงานที่มีผลงานค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังมีความเป็นทางการเหมาะกับคณะที่ต้องการความเรียบร้อย
  • Adobe Portfolio: เว็บไซต์ทำเทมเพลตจากบริษัทตัดต่อชื่อดัง ที่เน้นความเรียบง่ายดูดี แถมยังใช้งานฟรีอีกด้วย
  • Wix: อีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย มีเทมเพลตให้เลือกหลากหลายแบบ เหมาะกับน้องๆ ที่ไม่เคยทำพอร์ตมหาลัยมาก่อน

สรุป

การมีพอร์ตเข้ามหาลัย เป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้การสอบเข้าเลย เพราะนอกจากเป็นการแสดงผลงานและความสามารถต่างๆ ให้คณะกรรมการได้เห็นแล้ว น้องๆ ยังสามารถนำตัวตนและความคิดสร้างสรรค์ที่มีใส่ลงไปใน Portfolio ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีคณะต่างๆ ที่จำเป็นต้องมี Portfolio และการสอบแพทย์รอบที่ 1 ก็เป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้น สำหรับน้องๆ ที่สนใจเข้าเรียนต่อในคณชแพทย์ สามารถศึกษาเทคนิคการทำพอร์ตมหาลัยในเชิงลึกที่เหมาะสำหรับหมอรอบ 1 โดยเฉพาะ ใน คอร์ส Portfolio  จาก InterPass ได้เลย เพราะมีข้อมูลมากมายสำหรับการเตรียมตัวสอบเข้าคณะแพทย์มหาวิทยาลัยต่างๆ อย่างละเอียด

รวมซีรีย์สอนภาษาอังกฤษ Roadmap TCAS65 Business & Economic รอบ 1 Portfolio

Date : Apr 7, 2023

You May Like