BLOG

    Home Blog Highlight เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษ ผ่านฉลุยทุกข้อสอบ ด้วย Prefix และ Suffix

เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษ ผ่านฉลุยทุกข้อสอบ ด้วย Prefix และ Suffix

เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษ ผ่านฉลุยทุกข้อสอบ ด้วย Prefix และ Suffix

ใครที่เรียนภาษาอังกฤษก็อาจเคยประสบปัญหาคำศัพท์ใหม่หน้าตาไม่คุ้นกันอยู่บ้างเพราะคำศัพท์ในภาษาอังกฤษมีเยอะมากจริงๆ แต่เชื่อไหมว่ามีเทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษที่ช่วยให้น้องๆ เดาความหมายของศัพท์ที่ไม่คุ้น แปลความหมายบางส่วนได้ หรือรู้หน้าที่ของคำได้อยู่ด้วยนะ! บทความนี้นำสาระดีๆ นั่นก็คือเทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษด้วย Prefix และ Suffix มาฝากนั่นเอง ขอบอกเลยว่ารู้แล้วจะช่วยเพิ่มทั้งทักษะสื่อสาร ประหยัดเวลาในการเรียนรู้คำศัพท์ และยังเพิ่มโอกาสในการทำคะแนนในห้องสอบได้อีกเยอะด้วย อย่ารอช้า ตาม InterPass มารู้จักเทคนิคนี้กันดีกว่า

รู้จักกับ Affix กุญแจสู่คลังศัพท์อังกฤษ

รู้จักกับ Affix กุญแจสู่คลังศัพท์อังกฤษ

ก่อนที่จะเรียนรู้เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษเทคนิคนี้ จะต้องรู้จัก Affix และรากศัพท์ (root word) กันก่อน โดย Affix เป็นหน่วยคำที่นำมาประกอบเข้ากับรากศัพท์ (root word) เพื่อให้เกิดคำศัพท์ต่างๆ โดย Affix นี้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ส่วนที่เติมด้านหน้าของคำศัพท์ (Prefix) และ ส่วนที่เติมด้านหลังของคำศัพท์ (Suffix)

ส่วนรากศัพท์ (Root word) เป็นส่วนที่แสดงความหมายหลักของคำ โดยที่รากศัพท์จะไม่สามารถแยกออกจากกันได้  แต่สามารถเติมส่วนข้างหน้า (Prefix) และส่วนข้างหลัง (Suffix) เข้าไปเพื่อให้เกิดเป็นคำใหม่ขึ้นมาได้

ส่วนที่เติมด้านหน้าของคำศัพท์ (Prefix)

Prefix ในภาษาไทยสามารถแปลได้ว่า ‘อุปสรรค’ เป็นส่วนที่เติมด้านหน้าของรากศัพท์ แล้วทำให้ความหมายเปลี่ยน ให้จำง่ายๆ ว่า Prefix = ด้านหน้า ตัวอย่าง Prefix เช่น

  • inter- (ระหว่าง) มีคำศัพท์อย่าง interactive (เชิงโต้ตอบระหว่างกัน), international (ระหว่างประเทศ) และ interchange (การแลกเปลี่ยน)
  • extra- (เหนือกว่า) มีคำศัพท์อย่าง extraordinary (เหนือธรรมดา, พิเศษ), extraterrestrial (มาจากนอกโลก) และ extracurricular (นอกหลักสูตร)
  • trans-  (ข้าม) มีคำศัพท์อย่าง transport (การขนส่ง), transmit  (ถ่ายทอด) และ transpiration  (การคายน้ำ)

ส่วนที่เติมด้านหลังของคำศัพท์ (Suffix)

Suffix ในภาษาไทยสามารถแปลได้ว่า ´ปัจจัย´เป็นส่วนที่เติมด้านหลังของรากศัพท์ แล้วทำให้ความหมายหรือหน้าที่ของคำเปลี่ยน ให้จำง่ายๆ ว่า Suffix = ด้านหลัง ตัวอย่าง Suffix เช่น

  • -able (ที่มีความสามารถที่จะทำได้) มีคำศัพท์อย่าง capable (ที่ทำได้ดี), affordable (ที่สามารถจ่ายได้) และ payable (ซึ่งสามารถชำระหนี้ได้)
  • -cy (ภาวะ) มีคำศัพท์อย่าง urgency (ความเร่งรีบ), emergency (ภาวะฉุกเฉิน) และ fallacy (การลวง)
  • -dom (อำนาจ, ภาวะ) มีคำศัพท์อย่าง kingdom (ราชอาณาจักร), boredom (ภาวะน่าเบื่อหน่าย) และ  freedom (อิสรภาพ)
เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษผ่าน Prefix พร้อมตัวอย่าง Prefix ยอดฮิต และคำศัพท์ที่น่าสนใจ

เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษผ่าน Prefix พร้อมตัวอย่าง Prefix ยอดฮิต และคำศัพท์ที่น่าสนใจ

เทคนิคการเดาศัพท์โดยใช้ Prefix ทำได้โดยดูจากความหมายของ Prefix แล้วเดาทิศทาง บริบท และความหมายของศัพท์อิงจากความหมายของตัว Prefix นั่นเอง ไปดู Prefix ประเภทต่างๆ พร้อมตัวอย่างกัน

Prefix บอกคำเชิงปฏิเสธ

Prefix ที่มีความหมายเชิงปฏิเสธที่พบได้บ่อย ได้แก่ คำที่ขึ้นด้วย a, un, dis, mis, non, in, im, il, ir คำเหล่านี้มักมีความหมายว่า ไม่, ผิด, ปราศจาก เช่น

  • a  เช่น รากศัพท์คำว่า Theist แปลว่าผู้นับถือพระเจ้า เมื่อเติม Prefix ‘a’ ลงไป จะกลายเป็น atheist ที่แปลว่า ผู้ที่เชื่อว่าไม่มีพระเจ้า
  • un เช่น รากศัพท์คำว่า happy แปลว่า ความสุข เมื่อเติม Prefix ‘un’ จะกลายเป็น unhappy ที่แปลว่า ไม่มีความสุข
  • dis เช่น รากศัพท์คำว่า connect แปลว่า เชื่อมต่อ เมื่อเติม Prefix ‘dis’ จะกลายเป็น disconnect ที่แปลว่า ไม่เชื่อมต่อ
  • mis เช่น รากศัพท์คำว่า understand แปลว่า เข้าใจ เมื่อเติม Prefix ‘mis’  จะกลายเป็น misunderstand ที่แปลว่า เข้าใจผิด
  • non เช่น รากศัพท์คำว่าstop แปลว่า หยุด เมื่อเติม Prefix ‘non’ จะกลายเป็น nonstop ที่แปลว่า ไม่หยุด
  • in เช่น รากศัพท์คำว่า correct แปลว่า ถูกต้อง เมื่อเติม Prefix ‘in’ จะกลายเป็น  incorrect ที่แปลว่า ไม่ถูกต้อง
  • Prefix in- จะเปลี่ยนรูปในกรณี ดังนี้
    • เปลี่ยนเป็น im  เมื่อนำหน้า b, m, p เช่น รากศัพท์คำว่า perfect แปลว่า สมบูรณ์แบบ คำนี้เมื่อเติม Prefix ‘im’ จะกลายเป็น imperfect ที่แปลว่า ไม่สมบูรณ์แบบ
    • เปลี่ยนเป็น il เมื่อนำหน้า l เช่น รากศัพท์คำว่า legal แปลว่า ถูกกฎหมาย หรือ ชอบด้วยกฎหมาย คำนี้เมื่อเติม Prefix ‘il’ จะกลายเป็น illegal ที่แปลว่า ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือ ซึ่งผิดกฎหมาย
    • เปลี่ยนเป็น ir เมื่อนำหน้า r เช่น รากศัพท์คำว่า reverent แปลว่า ซึ่งน่านับถือ หรือเคารพ เมื่อเติม Prefix ‘ir’ จะกลายเป็น irreverent ที่แปลว่า ไม่เคารพ

Prefix บอกจำนวน

  • uni แปลว่า 1 เช่น รากศัพท์คำว่า cycle แปลว่า รอบวง หรือ ขี่จักรยาน เมื่อเติม Prefix ‘uni’ จะกลายเป็น unicycle ที่แปลว่า จักรยานล้อเดียว
  • mono แปลว่า 1 เช่น รากศัพท์คำว่า theism แปลว่า ลัทธิที่เชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง เมื่อเติม Prefix ‘mono’ จะกลายเป็น monotheism ที่แปลว่า เอกเทวนิยม หรือลัทธิที่เชื่อว่าพระเจ้ามีองค์เดียว
  • bi แปลว่า 2 เช่น รากศัพท์คำว่า lingual แปลว่า เกี่ยวกับภาษา เมื่อเติม Prefix ‘bi’ จะกลายเป็น bilingual ที่แปลว่า สองภาษา
  • du แปลว่า 2 เช่น duo แปลว่า สองคน สองสิ่ง
  • tri แปลว่า 3 เช่น รากศัพท์คำว่า angle แปลว่า มุม เมื่อเติม Prefix ‘tri’ จะกลายเป็น triangle ที่แปลว่า สามเหลี่ยม
  • quart แปลว่า 4 เช่น quarter แปลว่า หนึ่งในสี่ส่วน
  • penta แปลว่า 5 เช่น pentagon แปลว่า ห้าเหลี่ยม
  • poly แปลว่า หลายสิ่ง เช่น polygamy แปลว่า การมีคู่ครองหลายคน
  • multi แปลว่า หลายสิ่ง เช่น รากศัพท์คำว่า media แปลว่า สื่อ เมื่อเติม Prefix ‘multi’ ที่แปลว่า หลายสิ่ง จะกลายเป็น multimedia ที่แปลว่า สื่อต่างๆ

Prefix บอกตำแหน่ง เวลา และลำดับ

  • pre แปลว่า ก่อน, ข้างหน้า เช่น รากศัพท์คำว่า test แปลว่า ทดสอบ เมื่อเติม Prefix ‘pre’ จะกลายเป็น pretest ที่แปลว่า แบบทดสอบก่อนเรียน, แบบทดสอบเบื้องต้น
  • pro แปลว่า ก่อน, นำ เช่น รากศัพท์คำว่า logue แปลว่า สิ่งที่เกี่ยวกับการสนทนา หรือการรวบรวมบทต่างๆ  เมื่อเติม Prefix ‘pro’ จะกลายเป็น prologue ที่แปลว่า ส่วนนำ, บทนำ
  • fore แปลว่า ก่อน เช่น รากศัพท์คำว่า father แปลว่า พ่อ เมื่อเติม Prefix ‘fore’ จะกลายเป็น forefather ที่แปลว่า บรรพบุรุษ
  • post แปลว่า หลัง, ข้างหลัง เช่น รากศัพท์คำว่า graduate แปลว่า จบการศึกษา เมื่อเติม Prefix ‘post’ จะกลายเป็น postgraduate ที่แปลว่า หลังเรียนจบระดับชั้นมัธยมหรือมหาวิทยาลัย
  • epi แปลว่าหลัง, ท้าย เช่น รากศัพท์คำว่า logue แปลว่า สิ่งที่เกี่ยวกับการสนทนา หรือการรวบรวมบทต่างๆ  เมื่อเติม Prefix ‘epi’ จะกลายเป็น epilogue ที่แปลว่า บทส่งท้าย
  • inter แปลว่า ระหว่าง เช่น รากศัพท์คำว่า mediate แปลว่า กลาง เมื่อเติม Prefix ‘inter’ ที่แปลว่า ระหว่าง จะกลายเป็น intermediate ที่แปลว่า ระหว่างกลาง, ซึ่งอยู่ตรงกลาง
  • mid แปลว่า กลางหรือครึ่ง เช่น รากศัพท์คำว่า year แปลว่า ปี เมื่อเติม Prefix ‘mid’ จะกลายเป็น midyear ที่แปลว่า ครึ่งปี
  • ex แปลว่า ก่อน หรือสมัยก่อน เช่น รากศัพท์คำว่า president แปลว่า ประธานาธิบดี เมื่อเติม Prefix ‘ex’ จะกลายเป็น ex-president ที่แปลว่า ประธานาธิบดีคนก่อน
  • re แปลว่า อีกครั้ง หรือการเริ่มใหม่ เช่น รากศัพท์คำว่า start แปลว่า เริ่มต้น  เมื่อเติม Prefix ‘re’ จะกลายเป็น restart ที่แปลว่า เริ่มต้นใหม่
  • sub แปลว่า ใต้, ล่าง เช่น รากศัพท์คำว่า title แปลว่า หัวข้อ หรือ ชื่อเรื่อง  เมื่อเติม Prefix ‘mid’ จะกลายเป็น subtitle ที่แปลว่า ตัวอักษรที่อยู่ด้านล่าง
  • ante แปลว่า ก่อน ล่วงหน้า เช่น รากศัพท์คำว่า date  แปลว่า วัน เมื่อเติม Prefix ‘ante’ จะกลายเป็น antedate ที่แปลว่า การลงวันที่ก่อนวันจริง

Prefix บอกขนาด

  • hyper แปลว่า มากกว่า, มากเกินไป เช่น รากศัพท์คำว่า active แปลว่า กระตือรือร้น เมื่อเติม Prefix ‘hyper’ จะกลายเป็น hyperactive ที่แปลว่า กระตือรือร้นมากเกินไป
  • over แปลว่า เหนือ, เกิน เช่น รากศัพท์คำว่า act แปลว่า ท่าทาง เมื่อเติม Prefix ‘over’ จะกลายเป็น  overact ที่แปลว่า แสดงท่าทางมากเกินไป
  • extra แปลว่า เหนือกว่าปกติ หรือเกินกว่าปกติ เช่น รากศัพท์คำว่า ordinary แปลว่า ธรรมดา เมื่อเติม Prefix ‘extra ’จะกลายเป็น extraordinary ที่แปลว่า เหนือธรรมดา, พิเศษ
  • mini แปลว่า เล็ก เช่น รากศัพท์คำว่า mart แปลว่า ตลาด, ร้านค้า  เมื่อเติม Prefix ‘mini’ จะกลายเป็น minimart ที่แปลว่า ร้านค้าขนาดเล็ก
  • micro แปลว่า เล็ก เช่น รากศัพท์คำว่า scope แปลว่า กล้องส่องทางไกล เมื่อเติม Prefix ‘micro’ จะกลายเป็น  microscope ที่แปลว่า กล้องจุลทรรศน์
  • mega แปลว่า ใหญ่ เช่น รากศัพท์คำว่า byte แปลว่า ไบต์ (หน่วยเก็บข้อมูลทางคอมพิวเตอร์) เมื่อเติม Prefix ‘mega’ จะกลายเป็น  megabyte ที่แปลว่า หน่วยเมกะไบต์
  • ultra แปลว่า เกิน, เลย, เกินไป เช่น รากศัพท์คำว่า high แปลว่า สูง เมื่อเติม Prefix ‘ultra’ จะกลายเป็น ultrahigh ที่แปลว่า สูงเกินไป

Prefix ยอดฮิตอื่นๆ

  • mal แปลว่า ผิดปกติ, ไม่ดี เช่น รากศัพท์คำว่า content แปลว่า พอใจ เมื่อเติม Prefix ‘mal’ จะกลายเป็น malcontent ที่แปลว่า ไม่พอใจ
  • auto แปลว่า ด้วยตนเอง, ตนเอง เช่น รากศัพท์คำว่า graph แปลว่า เกี่ยวกับการวาด หรือเขียน เมื่อเติม Prefix ‘auto’ จะกลายเป็น autograph ที่แปลว่า ลงลายมือชื่อ, ลายเซ็นของตนเอง
  • co แปลว่า ร่วมกัน, ด้วยกัน เช่น รากศัพท์คำว่า operate แปลว่า ทำงาน, ปฏิบัติ เมื่อเติม Prefix ‘co’ จะกลายเป็น cooperate ที่แปลว่า ทำงานร่วมกัน

ไม่อยากพลาดต้องรู้! ข้อควรระวังในการเดาศัพท์ด้วย Prefix

ในการใช้เทคนิคการเดาศัพท์ด้วย prefix นั้น จะต้องระวังศัพท์ที่คล้าย prefix แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ prefix เช่น

  • alike แปลว่า เหมือนกัน ไม่ได้มาจาก prefix ‘a’ + like และก็ไม่ได้มีความหมายเชิงปฏิเสธ
  • invoke แปลว่า วิงวอน, ร้องขอ, อ้อนวอน ไม่ได้าจาก prefix ‘in’ + voke และไม่ได้มีความหมายว่า ไม่
เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษผ่าน Suffix พร้อมตัวอย่าง Suffix ยอดฮิต และคำศัพท์ที่น่าสนใจ

เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษผ่าน Suffix พร้อมตัวอย่าง Suffix ยอดฮิต และคำศัพท์ที่น่าสนใจ

เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษผ่าน Suffix หรือเรียกว่าเดาผ่านการดูที่ส่วนท้ายของคำนั้นจะช่วยให้สามารถเดาได้ทั้งความหมายและหน้าที่ของคำ เพราะ Suffix เปลี่ยนหน้าที่ของคำได้นั่นเอง เช่น เปลี่ยนจากคำกริยาให้เป็นนาม เปลี่ยนจากคำคุณศัพท์ให้เป็นคำนาม หรือเปลี่ยนจากคำนามเป็นคำคุณศัพท์ เป็นต้น

 เดาศัพท์ผ่าน Noun Suffix

Noun Suffix คือ Suffix ที่เปลี่ยนคำให้เป็นคำนาม โดยอาจเปลี่ยนจากกริยาให้เป็นนาม หรือเปลี่ยนจากกริยาให้เป็นนามผู้กระทำ หรือจากกริยาเป็นนามที่มีความหมายว่าการ… และความ… ทั้งนี้ การเดาศัพท์ผ่าน Noun Suffix สังเกตได้จากคำที่ลงท้าย มักตามด้วย -ee, -er/-or , -ness , -sion/tion เป็นต้น

H4: จากกริยาเป็นนาม

Suffix ที่เปลี่ยนกริยาให้เป็นนามเช่น employ (ว่าจ้าง) เป็นคำกริยา (verb) เมื่อเติม suffix -ee จะกลายเป็นคำนาม (noun) คือคำว่า employee (ผู้ได้รับการว่าจ้าง)

H5: จากกริยาเป็นนามผู้กระทำ

Agent noun หรือคำนาม (noun) ที่แสดงความเป็นผู้กระทำ หรือผู้ที่ทำอาชีพนั้นๆ มีดังนี้

  • -or, er  เช่น inspect (verb) แปลว่า ตรวจสอบ + or (suffix) = inspector (noun) แปลว่า ผู้ตรวจสอบ
  • -ist เช่น เช่น reform (verb) แปลว่า ปฏิรูป หรือทักษะทางศิลปะ + ist (suffix) = reformist (noun) แปลว่า นักปฏิรูป
  • -ant เช่น assist (verb) แปลว่า ช่วยเหลือ + ant (suffix) = assistant (noun) แปลว่า ผู้ช่วย
  • -ee เช่น pay (verb) แปลว่า จ่ายเงิน + ee(suffix) = payee (noun) แปลว่า ผู้รับเงิน
H5: จากกริยา (verb) เป็นนาม (noun) มีความหมายว่าการ… , ความ…
  • -sion/ tion เช่น express (verb) แปลว่า แสดงออก  + sion (suffix) = expression (noun) แปลว่า การแสดงออก
  • -ment เช่น amend (verb) แปลว่า ปรับปรุง แก้ไข + ment (suffix) = amendment (noun)แปลว่า การแก้ไข, การปรับปรุง
  • -ing เช่น talk (verb) แปลว่า พูดคุย + ing (suffix) = talking (noun) แปลว่า การพูดคุย
  • -age เช่น marry (verb) แปลว่า แต่งงาน + age  (suffix) = marriage (noun) แปลว่า การแต่งงาน

H4: จากคำคุณศัพท์ (adjective) เป็นคำนาม (noun)

  • -ness เช่น mad (adjective) แปลว่า วิกลจริต + ness (suffix) เป็น madness (noun) แปลว่า ความวิกลจริต
  • -ity เช่น human (adjective) แปลว่า มนุษย์ + ity (suffix) เป็น humanity (noun) แปลว่า มนุษยธรรม
  • -dom เช่น free (adjective) แปลว่า อิสระ + dom (suffix) เป็น freedom (noun) แปลว่า ความเป็นอิสระ

H4: จากนามเป็นนาม ความหมายใกล้เคียง

จากคำนาม ตามด้วย suffix จะกลายเป็นคำนามที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำเดิม เช่น Suffix ที่ลงท้ายด้วย -ent -ar -ard -eer มักมีความหมายใกล้เคียงกับคำเดิม มีตัวอย่าง ดังนี้

  • -ard เช่น wiz (noun) แปลว่า ผู้ที่มีความสามารถอย่างมหัศจรรย์ + ard (suffix) เป็น wizard (noun) แปลว่า พ่อมด
  • -eer เช่น market (noun) แปลว่า ตลาด + eer (suffix) เป็น marketeer (noun) แปลว่า ผู้ซื้อขายในตลาด
  • -ess สื่อถึงรูปแบบที่ใช้กับเพศหญิง เช่น act (noun) แปลว่า การแสดง + ess (suffix) เป็น actress (noun) แปลว่า นักแสดงหญิง
  • -Ier เช่น travel (noun) แปลว่า การเดินทาง + ler (suffix) เป็น traveller (noun) แปลว่า นักเดินทาง
  • -yer เช่น law (noun) แปลว่า กฎหมาย + yer (suffix) เป็น lawyer (noun) แปลว่า ทนาย
  • -Ian เช่น magic (noun) แปลว่า มายากล + ian (suffix) = magician (noun) แปลว่า นักมายากล
  • -or เช่น direct (verb) แปลว่า จัดการ, ควบคุม, สั่งการ + or (suffix)เป็น director (noun) แปลว่า ผู้อำนวยการ
  • -ster เช่น gang (noun) แปลว่า การรวมกลุ่ม, พวก + ster (suffix) เป็น gangster (noun) แปลว่า พวกอันธพาล
  • -monger เช่น fish (noun) แปลว่า ปลา + monger (suffix) แปลว่า พ่อค้าขายปลา
  • -hood  เช่น mother (noun) แปลว่า แม่ + hood (suffix) เป็น motherhood (noun) แปลว่า ความเป็นแม่
  • -ship เช่น friend (noun) แปลว่า เพื่อน + ship (suffix) เป็น friendship (noun) แปลว่า มิตรภาพ
  • -dom เช่น king (noun) แปลว่า พระราชา + dom (suffix) เป็น kingdom (noun) แปลว่า กลุ่ม, ราชอาณาจักร
  • -ist เช่น piano (noun) แปลว่า เปีนโน + ist (suffix) เป็น pianist (noun) แปลว่า นักเปียโน

 เดาศัพท์ผ่าน Adjective Suffix

Adjective Suffix หรือการเปลี่ยนจากคำนาม คำกริยา เป็นคำคุณศัพท์ มักเป็นคำที่ลงท้ายด้วย -able/-ible , -ful , -less , -ly , -ous

  • -ful เช่น beauty (noun) แปลว่า สวย + ful (suffix) = beautiful (adjective) แปลว่า สวยงาม
  • -able เช่น accept (verb) แปลว่า ยอมรับ + able (suffix) = acceptable (adjective) แปลว่า ที่ยอมรับได้
  • -less เช่น hope (verb/noun) แปลว่า ความหวัง, คาดหวัง + less (suffix) = hopeless (adjective) แปลว่า ซึ่งสิ้นหวัง
  • -al เช่น music (noun) แปลว่า ดนตรี + al (suffix) = musical(adjective) แปลว่า ที่เกี่ยวกับดนตรี
  • -ish เช่น child (noun) แปลว่า เด็ก  + ish (suffix) = childish(adjective) แปลว่า ที่เหมือนเด็ก, อ่อนต่อโลก, ทำตัวเป็นเด็ก
  • -some เช่น fear (noun) แปลว่า ความกลัว + some (suffix) = fearsome (adjective) แปลว่า น่ากลัว
  • -ous เช่น danger (noun) แปลว่า อันตราย + ly (suffix) = dangerous (adjective) แปลว่า ที่เป็นอันตราย
  • -Iy เช่น friend (noun) แปลว่า เพื่อน  + ly (suffix) = friendly (adjective) แปลว่า ที่เป็นมิตร

 เดาศัพท์ผ่าน Verb Suffix

Verb Suffix เมื่อเติม Suffix ที่เป็นคำนาม หรือคำคุณศัพท์ แล้วจะเปลี่ยนเป็นคำกริยา มักลงท้ายด้วย -ate , -en ,-ify , -ise/-ize

  • -ify เช่น simple (adjective) แปลว่า เรียบ, เรียบง่าย + ify (suffix) = simplify (verb) แปลว่า ทำให้ง่ายขึ้น
  • -ize เช่น real (adjective) แปลว่า แท้จริง + ize (suffix) = realize (verb) แปลว่า เข้าใจ, ตระหนัก
  • -en เช่น soft (adjective) นุ่ม  + en (suffix) = soften (verb) แปลว่า ทำให้อ่อนนุ่ม

 เดาศัพท์ผ่าน Adverb Suffix

Adverb Suffix คือ Suffix ที่เติมแล้วเปลี่ยนให้เป็นกริยาวิเศษณ์ -ly, -ward(s), -wise

  • -ly เช่น quick (adjective) แปลว่า รวดเร็ว + ly  (suffix) = quickly (adverb) แปลว่า อย่างรวดเร็ว
  • -ward เช่น for (preposition) แปลว่า สำหรับ, ให้แก่ + ward (suffix) = forward (adverb) แปลว่า โดยไปข้างหน้า, ก้าวหน้า
  • -wise เช่น like (adjective) แปลว่า คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน + wise  (suffix) = likewise (adverb) แปลว่า นอกจากนั้น, ในทางเดียวกัน
ไม่อยากพลาดต้องรู้! ข้อควรระวังในการเดาศัพท์ด้วย Suffix

ไม่อยากพลาดต้องรู้! ข้อควรระวังในการเดาศัพท์ด้วย Suffix

แม้ว่าเทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษจาก Suffix จะช่วยให้เดาทั้งความหมายคำและหน้าที่ของคำได้ แต่ก็มีข้อควรระวังอยู่ นั่นคือ

  • คำที่ใช้ suffix ตัวเดียวกันแต่ความหมายแตกต่างกัน: หลายๆ ครั้ง น้องๆคงคุ้นชินกับความหมายของ suffix แล้วพอเห็น suffix ตัวนี้ก็จะแปลไปเลย ซึ่งบางคำใช้ suffix ตัวเดียวกัน แต่ความหมายแตกต่างกันคนละขั้วไปเลย เช่น Suffix คำว่า -less
    • Worthless แปลว่า ซึ่งไร้ค่า
    • Priceless แปลว่า ประเมินค่าไม่ได้
  • คำบางคำอาจใส่ Suffix มากกว่า 1 ชนิด: เช่น อาจใส่ได้ทั้ง Adjective Suffix หรือ Noun Suffix แต่ความหมายต่างกัน ต้องเลือกใช้ในแต่ละบริบทให้ถูกต้อง

ตัวอย่าง

I’m sure our (friend) ____ will last forever

จากประโยคด้านบนนั้น ต้องแปลความหมายของประโยคนั้นก่อน ‘ฉันมั่นใจว่า(friend)….ของเราจะคงอยู่ตลอดไป’ ต้องเลือกใช้ Suffix ที่มีความหมายที่เหมาะสม

  1. ใช้คำว่า friendly (adjective) แปลว่า เป็นมิตร, เป็นกันเอง
  2. ใช้คำว่า friendship (noun) แปลว่า มิตรภาพ
  3. ใช้คำว่า friendless (noun) แปลว่า ซึ่งไร้เพื่อน

จากประโยคด้านบนจะต้องใช้คำว่า ฉันมั่นใจว่ามิตรภาพของเราจะคงอยู่ตลอดไป =  our + noun suffix = I’m sure that our friendship will last forever นั่นเอง

เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษผ่าน Prefix และ Suffix

เทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษผ่าน Prefix และ Suffix

คำศัพท์บางคำนั้น ไม่ได้มีแค่ Prefix หรือ Suffix เพียงอย่างเดียว แต่สามารถมีได้ทั้ง prefix หรือ suffix เช่น

  • Prefer ใส่ Prefix = Unpreferred
  • Prefer ใส่ Suffix = Preferable

และ คำ 1 คำ ยังสามารถมีทั้ง Prefix และ Suffix ในคำเดียวกันได้ เช่น

Unacceptable                Un = prefix        accept = root word       able = suffix

Disrespectful                 Dis = prefix       respect = root word      ful = suffix

Unlikely                           Un = prefix        like = root word             ly = suffix

Atheistic                          A = prefix          theist = root word         ic = suffix

ดังนั้น เมื่อเห็นคำศัพท์ยาวๆ ที่ไม่คุ้นเคยก็สามารถประยุกต์ใช้เทคนิคการเดาศัพท์จาก Prefix และ Suffix ได้โดยการมองไปที่ส่วนหัวและส่วนท้ายดูว่าเป็น Prefix หรือ Suffix หรือไม่ เท่านี้ก็จะช่วยให้สามารถเดาความหมาย และหน้าที่ของคำได้ นอกจากแปลได้แล้วยังรู้บริบทด้วยว่าคำนี้ควรอยู่ส่วนไหนของประโยค

ก่อนจะจากกัน มาลองทำแบบฝึกหัดโดยใช้เทคนิคการเดาศัพท์จากคำศัพท์ที่มี Prefix และ คำศัพท์ที่มี Suffix กัน

เริ่มจากลองเดาความหมายของคำศัพท์ในตัวหนากัน

  1. We  have to accept that most relationships are imperfect.
  2. She is so pitiless, I hate her so much!
  3. Gee, that is the most pitiful sight I have ever seen!
  4. You shouldn’t eat pork that is undercooked. It looks like rare pork.

และข้อสุดท้ายมาแหวกหน่อย ลองเดาว่าจะเติม suffix อะไรลงไปดี

  1. Stop being so____ (child)!

เฉลยแบบทดสอบการเดาศัพท์

ข้อ 1 ข้อนี้ใช้ Prefix -im ที่แปลว่า ไม่ เมื่อมารวมกับ perfect ที่แปลว่าสมบูรณ์แบบ จึงกลายเป็น imperfect ที่แปลว่าไม่สมบูรณ์แบบนั่นเอง ประโยคนี้แปลได้ว่า เราต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์ส่วนมากนั้น เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป

ข้อ 2  รากศัพท์ pity แปลว่าสงสาร เมื่อเติม suffix-less จะได้คำว่า pitiless ซึ่งแปลความได้เหมือนกับไร้ความสงสาร หรือ โหดร้าย นั่นเอง ประโยคนี้แปลได้ว่า เธอเป็นคนที่โร้หัวใจ ฉันเกลียดเธอมาก!

ข้อ 3 รากศัพท์ pity แปลว่าสงสาร เมื่อเติม suffix-ful จะได้คำว่า pitiful และได้ความหมายว่า เต็มไปด้วยความสงสาร หรือก็คือ น่าสงสาร นั่นเอง ประโยคนี้แปลได้ว่า โถ่ นั่นเป็นสิ่งที่น่าสงสารที่สุดที่ฉันเคยเห็นเลย

ข้อ 4 รากศัพท์คำว่า cook แปลว่า ปรุงอาหาร เมื่อรวมกับ Prefix ‘under’ จึงได้คำว่า undercooked ที่แปลว่า ไม่สุก สามารถแปลประโยคได้ว่า คุณไม่ควรที่จะทานเนื้อหมูที่ดูยังไม่สุก (undercooked) มันยังดูเห็นเนื้อด้านในแดงอยู่เลย (rare pork)

ข้อ 5 ข้อนี้จะเห็นว่าควรหา Suffix ที่เติมแล้วกลายเป็น Adj. อย่าง -ish ได้เป็นคำว่า childish ที่แปลว่า เหมือนเด็ก เมื่อนำมาใช้กับรูปประโยคจะได้คำว่า หยุดทำตัวเหมือนเด็กสักที!

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเทคนิคการเดาศัพท์ภาษาอังกฤษจาก Prefix และ Suffix ที่ขนตัวอย่างมาให้ชมกันอย่างจุใจ ใครที่อยากเก่งคำศัพท์มากยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากเทคนิคการเดาศัพท์ในบทความนี้แล้ว น้องๆ ยังสามารถเข้าไปเก็บ 9 เทคนิคจำคำศัพท์อังกฤษพิชิตสนามสอบเด็ดๆ กันได้เลย เท่านั้นยังไม่พอ หากน้องๆ คนไหนที่อยากรู้สาระดีๆ แบบนี้เพิ่มเติม ขอแนะนำ คอร์ส Pre-Inter คอร์สปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษจาก Interpass ที่ครอบคลุมทั้งคำศัพท์ ไวยากรณ์ การฟัง การอ่าน และการเขียน รับรองว่าเต็มไปด้วยความรู้ ปูพื้นฐานกันแบบแน่นๆ ต่อยอดภาษาอังกฤษได้อย่างดีไม่มีหลุดแน่นอน

ภาษาอังกฤษมีกี่สำเนียง 10 คำถามยอดฮิตก่อนสอบ BMAT

Date : Oct 25, 2022

You May Like