BLOG

    Home Blog IELTS เทคนิคการทําข้อสอบ Writing IELTS ให้ผ่านฉลุย

เทคนิคการทําข้อสอบ Writing IELTS ให้ผ่านฉลุย

เทคนิคการทําข้อสอบ Writing IELTS ให้ผ่านฉลุย

ข้อสอบ IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System เป็นข้อสอบวัดระดับความรู้ความสามารถภาษาอังกฤษที่ได้มาตราฐานสากล รวมถึง เป็นที่ยอมรับทั้งในภาครัฐ และเอกชนในหลายๆ ประเทศ โดยครอบคลุมการทดสอบทั้ง 4 ด้าน คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน 

สำหรับข้อสอบพาร์ทเขียนจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งให้เวลาในการทำทั้งหมด 60 นาที ทำให้หลายๆ คนเกิดความกังวล เพราะต้องทำข้อสอบแข่งกับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด อีกทั้งยังต้องเขียนบรรยายให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และต้องใช้คำศัพท์ที่มีความหลากหลาย ทำให้พาร์ทนี้เป็นอีกหนึ่งพาร์ทที่ยาก นอกจากการฝึกทำข้อสอบบ่อยๆ แล้ว เทคนิคการทำข้อสอบ Writing และวิธีเขียน Writing IELTS เหล่านี้ถือเป็นเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยให้คะแนนในพาร์ทนี้ดีขึ้นได้

ข้อสอบ IELTS พาร์ท Writing

ข้อสอบ IELTS พาร์ท Writing

ข้อสอบเขียน IELTS มีทั้งหมด 2 พาร์ท วิธีเขียน Writing IELTS พาร์ทแรกจะเป็นการเขียนบรรยายกราฟ ส่วนวิธีเขียน Writing IELTS ส่วนที่สองจะเป็นการบรรยายอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีเวลาสำหรับการทำข้อสอบเขียนทั้งหมด 60 นาที ผู้เข้าสอบจะต้องแบ่งเวลาในการทำแต่ละพาร์ทให้ดี เพื่อที่จะได้ใช้เวลาที่มีอย่างคุ้มค่า

โดยผู้สอบอาจเริ่มทำจากพาร์ทที่ 2 ก่อน เพื่อให้มีระยะเวลาที่เพียงพอในการเขียนบรรยาย เพราะมีสัดส่วนของคะแนนมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้สอบอยากเริ่มทำจากพาร์ทที่ 1 ก่อน เพราะมีความยาวที่น้อยกว่า ก็ไม่ควรใช้เวลานานเกิน 20 นาที

• IELTS Writing Task 1 

ข้อสอบ IELTS Writing Task 1 เป็นข้อสอบเขียนในส่วนแรก ซึ่งวิธีเขียน Writing IELTS ส่วนนี้จะเป็นการเขียนบรรยายกราฟรูปทรงต่างๆ เช่น กราฟแท่ง หรือกราฟวงกลม  ซึ่งจะมีตั้งแต่กราฟขึ้น (Upward) กราฟลง (Downward)  และกราฟที่มีความผันผวน (Volatility) เป็นต้น รวมถึง การเขียนบรรยายตาราง แผนภูมิ แผนผัง และแผนที่ 

ในส่วนนี้จึงจำเป็นที่จะต้องมีคลังคำศัพท์ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ทั้งขาขึ้น ขาลง ความคงที่ และการเปลี่ยนแปลงที่ผันผวนไว้มากๆ เพื่อใช้ในการบรรยายกราฟ หรือ คำที่เกี่ยวข้องกับทิศทาง (Direction) และกริยาที่สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งปลูกสร้าง เช่น ตรงกลาง (Center) ทางเข้า (Entrance) ก่อสร้าง (Construct) และ แทนที่ (Replace) เป็นต้น

ที่สำคัญจะต้องไม่ใส่ความคิดเห็นของตัวเองลงไปในข้อสอบส่วนนี้เด็ดขาด เพราะวิธีเขียน Writing IELTS ส่วนนี้เป็นข้อสอบลักษณะรายงานข้อเท็จจริง และควรใช้เวลาในการทำข้อสอบพาร์ทแรกไม่เกิน 20 นาที โดยจะต้องเขียนให้ได้อย่างน้อย 150 คำ พร้อมทั้งใช้คำเชื่อมที่สอดคล้องกัน เพื่อทำให้เกิดความน่าสนใจ และน่าอ่านมากขึ้น  

• IELTS Writing Task 2 

สำหรับวิธีเขียน Writing IELTS Task 2 จะเป็นการเขียนบรรยายอย่างเป็นทางการ โดยจะมีโจทย์ให้แสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ การแก้ปัญหา การเปรียบเทียบ หรือการโต้แย้ง ที่สำคัญผู้สอบจะต้องตอบคำถามของโจทย์ให้ได้ ด้วยการเขียนอย่างน้อย 250 คำในพาร์ทนี้ 

ข้อสอบพาร์ทนี้มุ่งเน้นให้ผู้สอบได้วิเคราะห์โจทย์ในหลากหลายแง่มุม พร้อมกับแสดงจุดยืนของตนเอง เช่น การบอกว่าจาก 2 สิ่งที่โจทย์ให้มา ผู้สอบเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับประเด็นใดบ้าง เป็นต้น โดยมีจุดสำคัญ คือ การยกเหตุผลหรือตัวอย่างมาสนับสนุนกับจุดยืนของตนเอง ซึ่งในการทำพาร์ทนี้ ควรเริ่มจากการร่าง Outline ก่อนเขียนบรรยาย เพื่อให้เห็นประเด็นที่ต้องการจะกล่าวถึงอย่างครบถ้วน

เทคนิคการทำข้อสอบ Writing

เทคนิคการทำข้อสอบ Writing

ข้อสอบ IELTS พาร์ทเขียนเป็นอีกหนึ่งพาร์ทที่มีความยาก เพราะจะต้องใช้คำศัพท์ที่มีความหลากหลาย รวมถึงใช้ไวยากรณ์ถูกต้องตามโครงสร้างของภาษา นอกจากนี้ ยังต้องเขียนให้เนื้อหาสอดคล้องกัน และมีความน่าอ่าน และน่าสนใจอีกด้วย ซึ่งเทคนิคการทำข้อสอบ Writing จะเป็นวิธีที่ช่วยให้เขียน Writing IELTS ได้ดีขึ้น

• ทำความเข้าใจกับคำถาม

ก่อนจะเริ่มต้นทำข้อสอบเขียน อันดับแรกผู้เข้าสอบจะต้องอ่าน และทำความเข้าใจคำถามก่อนว่าโจทย์ถามอะไร โดยอาจจะใช้วิธีขีดเส้นใต้ในสิ่งที่โจทย์ถามไว้ก่อน จะได้รู้ว่ามีประเด็นใดบ้างที่เราจะต้องตอบให้ตรงคำถาม

สำหรับ Task 1 อาจจะไม่มีปัญหามากนัก เพราะคำสั่งในส่วนนี้มีความคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าโจทย์จะให้กราฟ หรือแผนภูมิรูปแบบใดมา ก็จะต้องบรรยายลักษณะสำคัญของข้อมูล แต่ข้อสอบ Task 2 จะมีความหลากหลายของโจทย์ ทั้งการแสดงความคิดเห็น การโต้แย้ง และการแก้ไขปัญหา ผู้สอบจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องอ่านคำถามให้เข้าใจ ซึ่งเทคนิคการทำข้อสอบ Writing นี้จะช่วยให้ตอบคำถามได้ง่าย และตรงประเด็นมากขึ้น ที่สำคัญคำถามแต่ละรูปแบบก็แตกต่างกันออกไป หากเข้าใจก็จะช่วยให้มีไอเดียในการตอบให้น่าสนใจได้  

• วางแผนในการเขียน

เมื่อทำความเข้าใจคำถามอย่างชัดเจนแล้ว เทคนิคการทำข้อสอบ Writing ขั้นตอนต่อไปก็ต้องวางโครงร่างในการเขียน เพื่อที่จะได้สามารถลิสต์ประเด็นที่ต้องการตอบและเห็นภาพแต่ละพารากราฟได้อย่างชัดเจน ช่วยให้สามารถบริหารเวลาที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

เริ่มจากการคิดว่าในแต่ละพารากราฟนั้นจะเขียนถึงอะไรบ้าง โดยทั่วไปแล้วหนึ่งพารากราฟมักจะประกอบไปด้วย แนวคิดหลัก (Main Idea) ข้อมูลสนับสนุน (Supporting Details) หรือส่วนขยายความ เพื่อส่งเสริมแนวความคิดที่ได้เสนอไปให้น่าเชื่อมากขึ้น ที่สำคัญจะต้องใส่บทสรุป (Concluding Sentences) ในตอนสุดท้าย นอกจากนี้ การใช้คำเชื่อม เพื่อเรียงร้อยข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน ยังช่วยทำให้บทความของเราน่าอ่านมากยิ่งขึ้นอีกด้วย    

• ตอบให้ตรงคำถาม

ถึงแม้ว่าข้อสอบเขียนจะเป็นข้อสอบที่ใช้ทดสอบความรู้ด้านไวยากรณ์ และคำศัพท์ ทำให้หลายคนเลือกเขียนเยอะๆ ไว้ก่อน เพื่อที่จะได้คะแนนสอบที่ดี แต่กลับไม่ได้เขียนในสิ่งที่โจทย์ถามไว้เลย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การทำแบบนี้จะยิ่งทำให้เสียคะแนนได้ เพราะแสดงถึงความไม่ใส่ใจในประเด็นที่โจทย์ถาม ดังนั้น ควรเขียนในสิ่งที่โจทย์ถาม ให้ได้ใจความสำคัญ และเขียนตามจำกัดคำที่กำหนด โดยอาจจะเกินไปได้บ้าง แต่ไม่ควรมากจนเกินไป เพราะจะทำให้เสียเวลา และทำให้ไม่สามารถเขียนเสร็จได้ภายในเวลาที่กำหนด 

• เลือกใช้คำให้เหมาะสม

อีกหนึ่งเทคนิคการทำข้อสอบ Writing ที่สำคัญ คือ ต้องเลือกใช้คำที่เหมาะสม เพราะคำศัพท์ในภาษาอังกฤษนั้นมีอยู่มากมาย ซึ่งคำบางคำอาจจะมีความหมายที่ใกล้เคียงกัน แต่ใช้ในบริบทที่ต่างกันออกไป ดังนั้น เราควรเลือกใช้คำศัพท์ให้ตรงกับบริบทที่ต้องการจะสื่อ รวมถึง ไม่เลือกใช้คำที่มีความหมายกำกวม ซึ่งหากเลือกใช้คำได้ถูกต้องตามบริบท ก็จะช่วยลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้อ่านได้ และที่สำคัญ ผู้ตรวจก็จะเห็นถึงความสามารถในการเลือกใช้คำศัพท์ และศักยภาพในการใช้ภาษาอังกฤษของเราอีกด้วย 

• หลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำ

นอกจากการเลือกใช้คำที่เหมาะสมตามความหมาย และบริบทแล้ว อีกหนึ่งเทคนิคการทำข้อสอบ Writing ที่ควรนำไปใช้ คือ การใช้คำที่มีความหลากหลาย เพราะช่วยให้บทความมีความน่าสนใจ และน่าอ่านมากขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการช่วยทำให้คะแนนในพาร์ทเขียนนั้นดีขึ้นได้อีกด้วย โดยการเลือกใช้คำที่มีความหมายเหมือนกัน หรือตรงกันข้าม ไม่ใช้คำเดิมๆ เพียงคำเดียวซ้ำกันทั้งบทความ เพราะจะยิ่งทำให้บทความนั้นดูน่าเบื่อและไม่ลื่นไหลได้ แต่มีข้อควรระวัง คือ การเลือกใช้คำที่ผิดความหมาย หรือสื่อสารไม่ถูกต้อง เพราะอาจทำให้เสียคะแนนได้เช่นกัน

• ตรวจสอบอีกครั้งก่อนส่ง

เทคนิคการทําข้อสอบ Writing ข้อสุดท้ายที่ไม่ควรลืม คือ การตรวจทานอีกครั้งก่อนส่ง สำหรับบางคนอาจจะใช้เวลาในการทำข้อสอบไปจนหมด จึงไม่มีเวลาสำหรับการตรวจข้อสอบอีกครั้ง ดังนั้น ผู้เข้าสอบควรแบ่งเวลาไว้สัก 5 นาที สำหรับการตรวจรอบสุดท้าย เพื่อดูคำผิด การใช้ประธาน กริยา กรรม หรือการผันกริยา ว่าถูกต้องตามหลักไวยากรณ์หรือไม่ เพื่อให้บทความของเรามีความสมบูรณ์มากขึ้น 

วิธีเขียน Writing IELTS ในแต่ละพาร์ท

ข้อสอบเขียน IELTS ทั้งสองส่วน แม้จะเป็นข้อสอบการเขียนเหมือนกัน แต่โจทย์นั้นแตกต่างกัน เทคนิคเขียน Writing IELTS ทั้งสองพาร์ทย่อมแตกต่างกันด้วย โดยการรู้วิธีเขียน Writing IELTS จะช่วยให้การทำข้อสอบนั้นง่ายขึ้น ดังนี้

การเขียน Writing IELTS Task 1

การเขียน Writing IELTS Task 1

การเขียน Writing IELTS พาร์ทหนึ่งนั้น เป็นการบรรยายกราฟ แผนภาพ ซึ่งจะเน้นการเขียนถึงข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นลง จุดคงที่ หรือส่วนที่กราฟมีความผันผวน ซึ่งการเขียน Writing IELTS Task 1 จะต้องมีหลักในการเขียนทั้งหมด 4 ส่วน ดังนี้ 

  1. Introduction เป็นการกล่าวเกริ่นแบบสั้นๆ ว่ากราฟ หรือแผนภาพที่ให้มานั้นเกี่ยวกับอะไร 
  2. Overview เป็นการบอกถึงภาพรวมของกราฟที่สำคัญ เช่น จำนวนที่เยอะสุด และน้อยสุด 
  3. Body หรือส่วนเนื้อความ เป็นส่วนที่จะต้องอธิบายข้อมูลหลัก ที่ได้เคยพูดถึงในส่วนของ Overview โดยเลือกเอาเฉพาะส่วนที่มีความน่าสนใจ ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกข้อมูลที่มีในกราฟ เพราะจะทำให้เสียคะแนนได้ 
  4. Conclusion (Optional) เป็นการสรุปภาพรวมของกราฟ ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
การเขียน Writing IELTS Task 2

การเขียน Writing IELTS Task 2

การเขียน IELTS Task 2 ส่วนใหญ่แล้วมักจะเจอโจทย์อยู่ 4 แบบหลักๆ คือ

  1. Agree / Disagree
  2. Advantage / Disadvantage
  3. Cause / Effect
  4. Discussion / Give Opinion 

โดย วิธีเขียน Writing IELTS พาร์ทที่สองจะต้องเริ่มจาก

  • ทำความเข้าใจว่าโจทย์ถามอะไร 
  • ลิสต์ประเด็น ที่ต้องการเขียน 
  • วาง Outline โดยให้มีอย่างน้อย 4 – 5 ย่อหน้า รวม ส่วนเกริ่น เนื้อความ และสรุป 
  • ตอบประเด็นคำถามให้ครบ
  • เช็กความถูกต้องก่อนส่งตรวจ 

นอกจากวิธีเขียน Writing IELTS ที่ได้แนะนำไปทั้งสองพาร์ท ผู้เข้าสอบจะต้องบริหารเวลาที่มีให้ดี เพื่อที่จะสามารถทำข้อสอบทั้งสองส่วนทันโดยสมบูรณ์แบบ

เกณฑ์การให้คะแนน IELTS Writing

เกณฑ์การให้คะแนน IELTS Writing

ข้อสอบ IELTS Writing จะแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท โดยจะมีเวลาในการทำทั้งหมด 60 นาที ข้อสอบในแต่ละส่วนจะมีคะแนนไม่เท่ากัน ในส่วนแรกคิดเป็น 1 ส่วน 3 ของคะแนนทั้งหมด และในส่วนที่สองคิดเป็น 2 ส่วน 3 ของคะแนนทั้งหมด สำหรับเกณฑ์ในการให้คะแนนในส่วนของข้อสอบเขียนจะแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลักๆ โดยเฉลี่ยกันไปด้านละ 25% 

  • Task Achievement (TA) หรือ Task Response (TR) เกณฑ์แรกเป็นส่วนของการทำตามคำสั่งของโจทย์ โดยจะพิจารณาตามการตอบตรงคำถาม ไม่นอกประเด็น และเขียนครบตามจำนวนที่กำหนด โดยพาร์ทแรกต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 150 คำ และพาร์ทที่สองต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 250 คำ
  • Coherence and Cohesion (CC) เกณฑ์การให้คะแนนในส่วนนี้จะพิจารณาจากการเรียบเรียงเนื้อหาที่สอดคล้องกันทั้งบทความ ไม่ข้ามไปมา นอกจากนี้ ยังดูเรื่องการใช้คำเชื่อมที่หลากหลาย และถูกบริบทตามที่ต้องการจะสื่อสาร 
  • Lexical Resources (LR) หลักสำคัญของเกณฑ์นี้คือการใช้คำศัพท์ที่ถูกต้อง ตรงตามความหมาย และบริบทที่ใช้สื่อสาร นอกจากนี้ ยังพิจารณาถึงการสะกดคำที่ถูกต้อง และหลากหลาย รวมถึง การเลือกใช้คำศัพท์ที่แสดงถึงศักยภาพในการใช้ภาษาอังกฤษ 
  • Grammatical Range and Accuracy (GRA) สำหรับเกณฑ์ในข้อสุดท้ายนี้เป็นการวัดการใช้ไวยากรณ์ที่ถูกต้อง เหมาะสมตามโครงสร้างของภาษา

นอกจากเกณฑ์ในการให้คะแนนหลักๆ 4 ด้านแล้ว ยังมีเกณฑ์อื่นๆ ที่ใช้ในการพิจารณาคะแนนด้วย เช่น การเขียนไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด เขียนนอกประเด็น หรือภาษาที่ใช้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ที่สำคัญจะต้องเขียนด้วยลายมือที่อ่านออก เพราะหากเขียนดีแต่ผู้พิจารณาอ่านไม่ออก ก็จะทำให้เราเสียคะแนนได้ 

ข้อสอบ IELTS เป็นข้อสอบวัดระดับความรู้ความสามารถภาษาอังกฤษ ที่ตรงตามมาตรฐานสากล และครอบคลุมทักษะทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน สำหรับพาร์ทการเขียนมีทั้งหมด 2 ส่วน ซึ่งวิธีเขียน Writing IELTS ให้ได้ดีจะต้องมีเทคนิคการทำข้อสอบ Writing เช่น ทำความเข้าใจกับคำถาม วางแผนการเขียนให้ดี และตอบให้ตรงคำถาม เป็นต้น

รู้ทันเทคนิคพิชิต Paired Passage ใน SAT Reading โดย ครูพี่แบงค์ พื้นฐานไม่ดีแต่อยากสอบ IELTS เตรียมพร้อมอย่างไรดี? By ครูพี่อาร์ม

Date : Feb 4, 2022

You May Like