CU-TEP/TU-GET

ทำไมต้องเรียน
CU-TEP/TU-GET กับ INTERPASS?

เพราะที่ INTERPASS เราสอนครบทุกทักษะ Grammar , Reading , Vocabulary และ Listening สำหรับทั้งการสอบ CU-TEP และ TU-GET

CU-TEP/TU-GET
เหมาะกับใคร?

CU-TEP ย่อมาจาก Chulalongkorn University Test of English Proficiency คือ การทดสอบวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาเหมาะสำหรับระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษาโดยการวัดทักษะด้านการฟังอ่านเขียน

TU-GET ย่อมาจาก Thammasat University General English Test คือ การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษของผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นนักศึกษา ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ ผู้จะทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อทราบระดับความสามารถของตนเอง

COURSE INFORMATION

CU-TEP/TU-GET

คอร์สที่ออกแบบมาเพื่อการสอบทั้ง 2 สนาม จัดเต็มทุกเทคนิค

36 ชั่วโมง
6,900

COURSE OVERVIEW

คอร์สที่ออกแบบมาเพื่อการสอบทั้ง 2 สนาม จัดเต็มทุกเทคนิค
ครบทุกทักษะ Grammar , Reading , Vocabulary และ Listening
สำหรับทั้งการสอบ CU-TEP และ TU-GET

COURSE DETAIL

เนื้อหา 36 ชั่วโมง (+Sim 12 ชั่วโมง)
ทบทวน 10 ชั่วโมง

TUTORS

  • ครูพี่กิ๊บ
  • ครู ดร.พี่นัน
  • ครูพี่อาร์ม

BOOK MATERIAL

EXCLUSIVE SERVICE

  • SIMULATION TEST

PRICE

LIVE CLASS 7,900 THB
NEW S.E.L.F 6,900 THB (Online Platform)
PERSONAL CLASS 1,000-1,500 THB/HR

Expert for CU-TEP/TU-GET

สมัครแพคคุ้มกว่า!!

คอร์สที่ออกแบบมาเพื่อการสอบทั้ง 2 สนาม CU-TEP และ TU-GET จัดเต็มทุกเทคนิคพร้อมต่อ ป.ตรี-ป.เอก

Package ที่จัดมาเพื่อสำหรับเตรียมสอบ CU-TEP และ TU-GET ใช้สำหรับยื่นเข้ามหาลัยทั้งภาคไทย ภาคอินเตอร์ หรือเรียนต่อปริญญาโทในประเทศไทย

ปรับพื้นฐาน Grammar, Reading, Vocabulary และ Writing
พร้อมติวครบทุกทักษะ Grammar, Reading, Vocabulary และ Listening สำหรับทั้งการสอบ CU-TEP และ TU-GET
และตะลุยโจทย์ CU-TEP และ TU-GET พร้อม Simulation Test กว่า 500 ข้อ สำหรับผู้ที่อยากได้ 90 up (CU-TEP) และ 600 up (TU-GET)

162 ชั่วโมง

STEP การเรียนที่แนะนำ

  • Pre-Inter
  • CU-TEP/TU-GET
  • CU-TEP/TU-GET ตะลุยโจทย์

NEW S.E.L.F

ราคาปกติ 21,800 THB จ่ายเพียง 17,000 THB

LIVE CLASS

ราคาปกติ 29,900 THB จ่ายเพียง 23,000 THB

EXCLUSIVE INTERPASS SERVICE

Simulation Test

ในห้องสอบ "ทำให้ทัน สำคัญเท่ากับทำให้ถูก"
เราจึงมีการจัดสอบเสมือนจริง ประหยัด
ทั้งเวลาและค่าสอบ

OUR SUCCESS STORY

ชาช่า
ชาช่า BBA-CU

SAT 1410
CU-TEP 111

จิน
จิน

SAT 1430
TU-GET 900

RELATED BLOGS

ข้อสอบ CU-TEP vs KEPT แตกต่างกันอย่างไร

สวัสดีน้องๆ ชาว InterPass ทุกคนที่เข้ามาอ่าน blog นี้แน่นอนว่าพี่ๆแอดมินมีเรื่องน่าสนใจมาฝากน้องๆ ค่ะ สำหรับน้องๆที่สนใจคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ และ เภสัชศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น น้องๆคงจะได้ยินเกี่ยวกับการใช้คะแนน KEPT ในการยื่นสมัครเรียนดังกล่าวใน TCAS รอบที่ 1 ซึ่งข้อสอบนี้มักจะมีการถูกเปรียบกับข้อสอบ CU-TEP ซึ่งสามารถนำไปใช้ยื่นได้ในหลายๆคณะในมหาลัยต่างๆ วันนี้พี่แอดมินเลยอยากจะขอมาแชร์ให้ฟังเกี่ยวกับข้อมูลทั้ง 2 ข้อสอบนี้น้องๆจะได้ตัดสินใจได้ถูกว่าถ้าเกิดเตรียมตัวสอบหรือติวคอร์ส CU-TEP ก็สอบได้ทั้ง CU-TEP และ KEPT ได้แล้ว ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยย!! ทำความรู้จักข้อสอบ CU-TEP และ KEPT CU-TEP ย่อมาจาก Chulalongkorn University Test of English Proficiency คือ การทดสอบวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาเหมาะสำหรับระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษาโดยการวัดทักษะด้านการฟัง การอ่าน และการเขียน ผลการสอบจะเก็บได้ 2 ปีนับจากวันสอบ ผลคะแนนส่วนใหญ่สามารถยื่นเข้าแทบทุกคณะของทางจุฬาได้ในสายอินเตอร์ ผลคะแนนสามารถยื่นที่อื่นนอกจากจุฬาได้ด้วย เช่น แพทยศาสตร์ […]

เทียบข้อสอบ CU-TEP VS TU-GET ควรสอบตัวไหน ข้อสอบไหนยากกว่ากัน

สวัสดีน้องๆชาว InterPass ที่มีความฝันอยากเข้ามหาวิทยาลัยท็อปอย่าง จุฬาฯ และธรรมศาสตร์ หลายๆ คนอาจจะจะมีคำถามบ่อยๆว่า CU-TEP และ TU-GET นั้นมีความแตกต่างกันรึเปล่า? และน้องๆควรจะสอบอันไหนบ้างดีจากทั้ง 2 อันนี้กัน ไปดูกันเลย ทำความรู้จัก ข้อสอบ CU-TEP และ TU-GET คืออะไร? เริ่มต้นเลยเราต้องรู้ก่อนว่า 2 ข้อสอบนี้คืออะไร? CU-TEP ย่อมาจาก Chulalongkorn University Test of English Proficiency คือ การทดสอบวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาเหมาะสำหรับระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษาโดยการวัดทักษะด้านการฟังอ่านเขียน คะแนนเต็ม 120 คะแนน ผลการสอบจะเก็บได้ 2 ปีนับจากวันสอบ ผลคะแนนส่วนใหญ่สามารถยื่นเข้าแทบทุกคณะของทางจุฬาได้ในสายอินเตอร์ ผลคะแนนสามารถยื่นที่อื่นนอกจากจุฬาได้ด้วย เช่น แพทยศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น แพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ รวมไปถึงคณะวิศวกรรมศาสตร์อินเตอร์ของ ม.ธรรมศาสตร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  ซึ่งคะแนนก็ต่างกันไปแต่ละที่ คะแนน CU-TEP […]

FAQ: คำถามยอดฮิต ข้อสอบ Error Identification ใน TU-GET และ CU-TEP By ครูพี่เพนนี

ข้อสอบ Error Identification คือข้อสอบหาจุดผิดทางไวยากรณ์ในโจทย์ที่ได้รับ เราสามารถเจอข้อสอบแนวนี้ได้ทั้งใน TU-GET และ CU-TEP เลยค่ะ ดังนั้นใครที่ต้องการคะแนนจาก 2 การสอบนี้ยังไงก็ต้องเจอแน่นอน แต่หลายๆ คนก็ยังมีคำถามรวมถึงยังไม่รู้ว่าจะรับมือกับข้อสอบชนิดนี้ยังไง วันนี้พี่เพนนีเลยจะมาไขข้อข้องใจยอดฮิตพร้อมกับแนะนำการทำ Error Identification เบื้องต้นกันค่ะ Q: จะเริ่มทำข้อสอบ Error Identification ยังไงดี? ก่อนอื่นเลยเราต้องพยายามหา Subject และ Verb ของโจทย์ให้เจอก่อนค่ะ เมื่อเจอแล้วให้วิเคราะห์เลยว่าประธานและกริยาหลักนี้สอดคล้องกันถูกต้องตามหลัก Subject-Verb Agreement หรือไม่ หากถูกต้องแล้วค่อยขยับขยายไปดูส่วนอื่นๆ เช่นประโยคย่อย ส่วนขยาย หรือการสะกดของ choice อย่าลืมว่าภาษาอังกฤษหากมีการเปลี่ยนแปลงตัวสะกดก็สามารถเปลี่ยนหน้าที่ของคำนั้นๆ ไปเลย ตัวอย่าง The financial and (1) economic turmoil of (2) the last two years (3) have created […]

เจาะลึก! ข้อดีของการสอบ CU-TEP และ IELTS by ครูพี่เพนนี วัดกันให้รู้ ตัวไหน ดีอย่างไร ต้องอ่าน!

สวัสดีค่าาาา ขอทายว่าน้อง ๆ ที่เข้ามาอ่านบทความนี้ต้องกำลังลังเลใจอยู่ว่า เอ…การสอบ CU-TEP กับ IELTS เนี่ย เลือกสอบตัวไหนดีนะ? หรือ การสอบไหนที่เหมาะกับเราและมีแนวโน้มที่เราจะทำออกมาได้ดีกว่า? วันนี้พี่เพนนีได้เรียบเรียงความดีงามของการสอบทั้งสองอันมาวางเปรียบเทียบให้รู้กันไปเลยว่า การสอบไหนดีอย่างไร และอันไหนคือแนวข้อสอบที่เหมาะกับเรากันแน่ ไปดูกันเลย ก่อนอื่นพี่ขอพูดถึงภาพรวมของการสอบทั้งสองตัวนี้ก่อนนะคะ ไปเริ่มกันที่ฝั่งบ้านเรากับข้อสอบ CU-TEP นั่นเอง CU-TEP (Chulalongkorn University Test of English Proficiency) ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาจาก สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้ยื่นเข้าศึกษาต่อทั้งในรั้วจุฬาฯเองและมหาวิทยาลัยอื่นที่รับพิจารณา ข้อสอบจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนหลัก คือ Listening, Reading และ Writing (Error Identification) ทั้งนี้จะมีการสอบ Speaking แยก สำหรับบางคณะที่ต้องใช้คะแนนส่วนนี้ด้วย ข้อสอบจะเป็นรูปแบบปรนัยทั้งหมด เวลาในการสอบ (ไม่รวม Speaking) 2 ชั่วโมง 10 นาที รวม 120 […]

CU-TEP/TU-GET

1. การสอบ CU-TEP

             CU-TEP (Chulalongkorn University Test of English Proficiency) คือการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษา ทั้งระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษาและบุคคลทั่วไป โดยจะเป็นการวัดทักษะด้านการฟัง การอ่าน การเขียน และส่วนพิเศษต่างหากคือ การพูด คะแนนเต็มในส่วนแรกที่ไม่รวมการพูดคือ 120 คะแนน และคะแนนเต็มที่รวมในส่วนการพูดด้วยคือ 150 คะแนน ผู้สอบสามารถเก็บคะแนนสอบไว้ใช้ได้ 2 ปี

2. ทำไมต้องสอบ CU-TEP

             ได้รับการยอมรับว่าเป็นการทดสอบความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐานทั้งการฟัง พูด อ่าน และ เขียน โดยเฉพาะสำหรับการยื่นเข้าศึกษาต่อทั้งในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเองและมหาลัยอื่น ๆ อีกหลายแห่งที่เปิดรับคะแนนจากการสอบนี้ ในระบบ TCAS ของประเทศไทยสามารถช่วยในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัยทั้งภาคไทย และ ภาค inter ในระดับปริญญาตรี หรือศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในประเทศไทย

3. ลักษณะการสอบ CU-TEP

                   CU-TEP  ใช้เวลาสอบ 2 ชั่วโมง 10 นาที ประกอบด้วย 3 ตอน รวม 120 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน (ไม่รวมการพูด)

            เริ่มจากทดสอบ การฟัง  การอ่าน และการเขียนตามลำดับ

ตอนที่ 1 การฟัง (Listening) 30 นาที, 30 ข้อ (ข้อสอบปรนัย)

แบ่งออกเป็น 3 ส่วนโดยส่วนแรกเป็นการฟังบทสนทนาสั้น ๆ ระหว่าง 2 คน (Dialogue) 15 เรื่อง 15 ข้อ ในส่วนที่ 2 จะต้องฟังบทสนทนาที่ยาวขึ้น 3 เรื่อง แต่ละเรื่องประกอบด้วย 3 คำถาม และส่วนสุดท้ายเป็น monologue หรือเรียกอีกชื่อว่า talk มีทั้งหมด 2 เรื่อง เรื่องละ 3 คำถาม

ตอนที่ 2 การอ่าน (Reading) 70 นาที, 60 ข้อ (ข้อสอบปรนัย)
มีเนื้อเรื่องให้อ่าน 6 บทความ บทความแรกจะเป็นข้อสอบแบบ Cloze test หรือให้เติมคำตอบลงช่องว่าง มีทั้งหมด 15 ข้อ เนื้อเรื่องที่เหลือจะประกอบด้วยบทความสั้น 1 บทความ 5 คำถาม และบทความยาว 4 บทความ บทความละ 10 คำถาม เรื่องที่อ่านจะมีความหลากหลายทางด้านเนื้อหาตั้งแต่กึ่งวิชาการไปจนถึงบทความวิชาการต่าง ๆ

ตอนที่ 3 การเขียน (Writing / Error Identification) 30 นาที, 30 ข้อ
ข้อสอบตรวจหาจุดผิดในประโยค เป็นข้อสอบปรนัยไม่ต้องมีการแก้ส่วนที่ผิดให้ถูกต้อง

            CU-TEP มีการสอบพูดด้วยเช่นกัน แต่จะแยกออกมาจาก 3 ส่วนแรก มีรายละเอียดดังนี้

ตอนที่ 4 การพูด (Speaking) ประมาณ 10-15 นาที, 3 ข้อ (สอบกับคอมพิวเตอร์)

การสอบพูดนี้จะเริ่มสอบในช่วงบ่ายของวันที่มีสอบภาคปกติ แต่การสอบพูดจะไม่ได้จัดขึ้นทุกรอบสอบของ CU-TEP ดังนั้นผู้สอบจะต้องตรวจเช็คตารางการสอบให้ดีว่าในรอบที่กำลังจะสมัครมีการสอบพูดด้วยหรือไม่ เมื่อถึงเวลาสอบผู้สอบจะได้รับหูฟังและไมโครโฟนไว้ใช้ฟังโจทย์และพูดตอบ ข้อสอบแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นการอธิบายรูปภาพ 6 รูปโดยพูดเชื่อมโยงเรื่องราวที่เห็นในรูปภาพเข้าด้วยกัน สำหรับส่วนที่ 2 เป็นการพูดแสดงความคิดเห็นโดยผู้เข้าสอบจะต้องตอบคำถามปลายเปิด 1 คำถาม และส่วนสุดท้ายคือการพูดสรุปความโดยผู้เข้าสอบจะต้องดูวีดีโอภาษาอังกฤษความยาวประมาณ 5-8 นาทีและพูดสรุปสิ่งที่ได้ดูจากวีดีโอดังกล่าว การสอบพูดทั้งสามส่วนนี้แต่ละส่วนผู้สอบจะมีเวลาเตรียมตัวข้อละ 45 วินาที และเวลาในการตอบข้อละ 2 นาที

4. ควรเลือกสอบ CU-TEP ประเภทใด

             ก่อนสมัครสอบ ตรวจสอบให้แน่ใจว่า คณะ/สถาบัน/องค์กร ที่จะส่งผลคะแนนให้นั้นต้องการคะแนน speaking ด้วยหรือไม่ เพราะเราสามารถเลือกได้ว่าต้องการสอบหรือไม่โดยจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มเติม ผู้สอบสามารถเลือกสอบเฉพาะส่วนของการพูดได้แต่ต้องสมัครสอบในส่วนของการ ฟัง อ่าน และเขียนในรอบเช้าด้วยเท่านั้น

5. รูปแบบการสอบ วันสอบ ค่าสมัครสอบ และ สถานที่สอบ

            รูปแบบการสอบ CU-TEP มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือ

สอบแบบปกติ

             เป็นการสอบกับกระดาษ เปิดให้สอบทุกเดือน ค่าสมัครสอบในส่วนของการ ฟัง อ่าน เขียน 900 บาท ทราบผลสอบประมาณ 2 สัปดาห์หลังการสอบ หากต้องการสอบพูดด้วยจะมีค่าสมัครเพิ่มเติมอีก 2,000  บาท สถานที่สอบคือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาโดยรายละเอียดในส่วนของห้องหรือตึกที่สอบจะเป็นไปตามที่ทางสถาบันกำหนดให้แต่ละคนโดยสามารถตรวจสอบสถานที่สอบแน่นอนได้ก่อนวันสอบประมาณ 1 สัปดาห์

สอบกับคอมพิวเตอร์ CU-TEP (E-Testing)

             จัดการสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยเนื้อหาการสอบไม่มีความแตกต่างจากการสอบปกติแต่อย่างใด แต่ค่าสมัครสอบ
E-Testing ในส่วนการ ฟัง อ่าน เขียน คือ 2,500 บาท ข้อดีคือสามารถทราบผลการสอบทันทีหลังสอบ หากต้องการสอบพูดด้วยก็มีค่าสมัครเพิ่มเติมเช่นเดิมคือ 2,000 บาท มีจัดการสอบทุกเดือน เดือนละ 2-3 รอบเลยทีเดียว สถานที่สอบคือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยรายละเอียดเรื่องห้องหรือตึกที่สอบจะเป็นไปตามที่ทางสถาบันกำหนดให้โดยสามารถตรวจสอบสถานที่สอบแน่นอนได้ก่อนวันสอบประมาณ 1 สัปดาห์เช่นเดียวกัน

1. การสอบ TU-GET

             TU-GET (Thammasat University General English Test) คือการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษา ทั้งระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษามหาบัณฑิตและบุคคลทั่วไป โดยจะเป็นการวัดทักษะด้านการอ่าน คำศัพท์ และโครงสร้างประโยคหรือ Grammar คะแนนเต็ม 1000 คะแนน ผู้สอบสามารถเก็บคะแนนสอบไว้ใช้ได้ 2 ปี

2. ทำไมต้องสอบ TU-GET

             ได้รับการยอมรับว่าเป็นการทดสอบความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะสำหรับการยื่นเข้าศึกษาต่อทั้งในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เองและมหาลัยอื่น ๆ อีกหลายแห่งที่เปิดรับคะแนนจากการสอบนี้ ในระบบ TCAS ของประเทศไทยสามารถช่วยในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัยทั้งภาคไทย และ ภาค inter ในระดับปริญญาตรี หรือศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในประเทศไทย

3. ลักษณะการสอบ TU-GET

         TU-GET (Paper-Based Test)  ใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมง ประกอบด้วย 3 ตอน รวม 100 ข้อ ข้อละ 10 คะแนน

            ตอนที่ 1 ความรู้ทางไวยากรณ์ (Grammar) 25 ข้อ 250 คะแนน

                          1.1  Sentence Completion การเติมประโยคให้สมบูรณ์ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

                          1.2  Error Identification การบ่งชี้ว่าข้อใดเป็นข้อที่ผิดกฏทางไวยากรณ์

            ตอนที่ 2 ความรู้ทางด้านศัพท์ (Vocabulary) 25 ข้อ 250 คะแนน

                         2.1  ข้อสอบแบบ Cloze จะให้เป็นเรื่องสั้น ๆ มาและเว้นช่องว่างในเนื้อเรื่องให้เราเลือกคำศัพท์ลงไปเติมให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์

                         2.2  ข้อสอบที่มีการขีดเส้นใต้คำในประโยคและให้เลือกคำที่มีความหมายใกล้เคียงกับกลุ่มคำที่กำหนดให้

            ตอนที่ 3 การอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading Comprehension) 50 ข้อ 500 คะแนน

            เป็นการวัดทักษะการอ่านหลายๆ ด้าน เช่น main idea, detail information, pronoun reference, inference

            และ conclusion เป็นต้น

            TU-GET (Computer-Based Test/ CBT)

             ข้อสอบ TU-GET (CBT) เป็นข้อสอบเพื่อวัดความรู้ภาษาอังกฤษในรูปแบบใหม่ซึ่งผู้สมัครจะทำข้อสอบจากคอมพิวเตอร์เหมาะสำหรับผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือผู้ที่ต้องการจะทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อทราบระดับความสามารถของตนเอง

ลักษณะข้อสอบ TU-GET (CBT) ประกอบด้วย

1.Reading จำนวน 40 ข้อ 30 คะแนน

2.Listening จำนวน 40 ข้อ 30 คะแนน

3.Speaking จำนวน 1 ข้อ 30 คะแนน

4.Writing จำนวน 1 ข้อ 30 คะแนน

                 รวม 120 คะแนน

4. ควรเลือกสอบ TU-TEP ประเภทใด

             ก่อนสมัครสอบ ตรวจสอบให้แน่ใจว่า คณะ/สถาบัน/องค์กร ที่จะส่งผลคะแนนให้นั้นต้องการคะแนน TU-GET แบบไหน จึงเลอกสอบให้ถูกต้องตามนั้น

5. วันสอบ ค่าสมัครสอบ และ สถานที่สอบ

Paper-Based Test

             เป็นการสอบกับกระดาษ เปิดให้สอบทุกเดือน ค่าสมัครสอบหากสมัครวันที่ 1-15 ของเดือน 500 บาท แต่หากสมัครวันที่ 16 ของเดือนถึงวันที่สอบ 700 บาท ตรวจสอบคะแนนได้ทางเว็บไซต์ หลังจากวันสอบ 1 สัปดาห์ (สถาบันภาษาจะส่งคะแนนอย่างเป็นทางการให้ผู้สมัครสอบ ภายหลังการสอบ 2 สัปดาห์) สถานที่สอบ ณ ตึก SC มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

Computer-Based Test (CBT)

          สอบกับคอมพิวเตอร์ เปิดให้สอบเกือบทุกเดือน โดยสามารถเข้าไปดูปฏิทินสอบได้ที่เว็บไซต์ http://litu.tu.ac.th สมัครสอบวันที่ 16-30 หรือ 31 ของทุกเดือน ค่าสมัครสอบ 1,000 บาท สมัครสอบวันที่ 1 เป็นต้นไป ถึงวันที่สอบ ค่าสมัครสอบ 1,500 บาท ตรวจสอบคะแนนได้ทางเว็บไซต์ หลังจากวันสอบ 15 วัน (สถาบันภาษาจะส่งคะแนนอย่างเป็นทางการให้ผู้สมัครสอบ ภายหลังการสอบ 30 วัน) สถานที่สอบมี 3 ที่คือ

1. ห้องบริการคอมพิวเตอร์ ชั้น 2 อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

2. สำนักงานศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร (ห้องบริการคอมพิวเตอร์ 109) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

3. อาคารศูนย์การเรียนรู้กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

6. วิธีการชำระเงิน

             จ่ายค่าสมัครสอบด้วยตนเอง ที่ห้อง TU-GET ชั้น 1 อาคารสถาบันภาษา มธ. ท่าพระจันทร์ หรือ พิมพ์ใบแจ้งการชำระเงิน และนำไปชำระเงินที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา