BLOG

    Home Blog CU-TEP/TU-GET แชร์ประสบการณ์สอบ CU-TEP ครั้งแรก! พร้อมข้อควรระวังและเทคนิคพิชิตข้อสอบ By ครูพี่เพนนี

แชร์ประสบการณ์สอบ CU-TEP ครั้งแรก! พร้อมข้อควรระวังและเทคนิคพิชิตข้อสอบ By ครูพี่เพนนี

       สวัสดีค่ะน้อง ๆ InterPass ทุกคนน วันนี้พี่เพนนีเลยจะมาเล่าประสบการณ์การก้าวสู่รั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อไปสอบ CU-TEP ครั้งแรก! ถ้าอยากรู้ว่าพี่ได้เรียนรู้อะไรมาบ้างและมีทริคอะไรมาเล่าสู่กันฟัง ไปอ่านต่อกันเลยค่ะ

การสมัครสอบและจ่ายเงิน

       ก่อนอื่นพี่ก็สมัครเข้าสู่ระบบลงทะเบียนออนไลน์ http://register.atc.chula.ac.th/ChulaATC/ ก่อนค่ะ เมื่อมีบัญชีในระบบแล้ว เราจะสามารถสมัครสอบได้สะดวกขึ้นโดยเฉพาะหากต้องสมัครสอบรอบสองรอบสาม หรือสมัครสอบอื่นๆ ของจุฬาฯ ก็ใช้บัญชีเดียวกันนี้เลยค่ะ เราสามารถเช็ค วัน เวลาสอบ ได้จากเว็บนี้เลยเช่นกันค่ะ เมื่อสมัครเสร็จเรียบร้อยพี่ก็ปริ้นใบชำระเงินและมุ่งหน้าไปธนาคารเลยจ้า หรือใครสะดวกจ่ายที่ร้านค้าที่ร่วมบริการต่าง ๆ (เซเว่นก็จ่ายได้นะ) ก็เลือกเอาตามสะดวกเลยค่ะ แต่! แต่ละที่จ่ายอาจมีค่าบริการที่ต่างกันออกไปนะคะ อย่างของพี่มีค่าบริการ 10 บาท รวมเบ็ดเสร็จคือต้องจ่าย 910 บาท เป็นต้นจ้า

การเตรียมตัวก่อนสอบ

       หลังจากที่จ่ายเงินไปแล้ว พี่ก็เก็บใบเสร็จไว้และ รอ ค่ะ! ประมาณ 2-3 วันพี่ค่อยกลับเข้าไปเช็คในระบบอีกทีว่ามันขึ้นว่าชำระเงินหรือยัง เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดีพี่ก็ countdown รอวันสอบเลยจ้า ซึ่งโดยปกติแล้วเราจะเข้าไปเช็คตึกที่สอบและเลขที่นั่งสอบได้ก่อนวันจริงประมาณ 1 อาทิตย์ค่ะ อย่าลืมเช็คให้เรียบร้อยก่อนด้วยน้า

       อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ในการเตรียมตัวคือ เตรียมชุดที่ใส่ไปสอบค่ะ! ท่องไว้เลยว่าต้องเรียบร้อยและรองเท้าหุ้มส้น จะปลอดภัยที่สุด เพราะพี่เห็นกรรมการคุมสอบไม่อนุญาตให้น้องคนนึงเข้าห้องสอบ พี่สังเกตว่าเขาก็ใส่ชุดนักศึกษาเรียบร้อยดี แต่ที่ไม่ผ่านคือรองเท้าที่ใส่ดันเป็นแบบ”รัดส้น” ไม่ใช่ “หุ้มส้น” เลยเสียเวลาวิ่งขอยืมรองเท้าคนอื่นกันไป หรือถ้าแย่ไปกว่านั้น หากเข้าห้องสอบไม่ทัน ก็อาจจะอดสอบไปเลยนะคะ ส่วนชุดที่พี่ใส่ไปวันนั้นเป็นเสื้อเชิ๊ตแขน 3 ส่วนสีขาวดำกับกางเกงสแล็กสีดำและรองเท้าหุ้มส้นสีน้ำตาลค่ะ ผ่านฉลุยย

วันสอบ

       ด้วยความที่เป็นการสอบครั้งแรกพี่เลยหอบเอากระเป๋าคู่ใจไปด้วยเพราะคิดว่าอาจจะมีที่เก็บสัมภาระให้ แต่ที่เก็บสัมภาระระหว่างสอบก็คือหน้าห้องสอบค่ะ ! ดังนั้นหากน้องไปสอบเองคนเดียว ไม่มีเพื่อนหรือผู้ปกครองมาช่วยดูแลข้าวของมีค่าให้ พี่แนะนำว่าอย่าพกอะไรมาเยอะเลยค่ะ กลัวหาย 5555+ ทั้งนี้เขาอนุโลมให้เอา“กระเป๋าสตางค์ขนาดเล็ก”เข้าห้องสอบได้ โดยต้องเก็บใส่ถุงซิปล็อกที่เขาแจกให้ แต่สิ่งของอย่างอื่นแม้กระทั่งนาฬิกาข้อมือก็ไม่ให้ใส่เข้าไปสอบนะจ๊ะ ใครมี Rolex ก็เก็บไว้ที่บ้านวันนึงแล้วกันเนอะ ส่วนโทรศัพท์มือถืออาจต้องหาที่วางที่มิดชิดหน่อย ปลอดภัยไว้ก่อนนะคะ ส่วนเรื่องเครื่องเขียนต่าง ๆ ทางมหาลัยมีจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยค่ะ ว่าง่ายๆ คือพกไปแค่ความรู้และบัตรประชาชนหรือบัตรนักศึกษา ก็เข้าสอบได้แล้วค่ะ

Listening (30 ข้อ 30 นาที)

       พอนั่งที่กรรมการจะทยอยแจกข้อสอบและกระดาษคำตอบค่ะ และจะมีการให้ลงชื่อพร้อมตรวจบัตรที่เรานำมายืนยันตัวตนเพื่อเป็นการเช็คอีกที สิ่งที่เราทำได้ในช่วงนี้อีกอย่างคือกรอกชื่อและข้อมูลต่างๆ ของเราลงกระดาษคำตอบและข้อสอบให้เรียบร้อย โดยเราจะได้ข้อสอบทีละทักษะค่ะ พอจบการสอบทักษะนึง เก็บข้อสอบ และเริ่มแจกชุดใหม่ เป็นแบบนี้จนครบ 3 ทักษะ ซึ่งทักษะแรกที่เราจะได้สอบคือการฟังโดยเป็นการฟังผ่านลำโพงค่ะ ซึ่งก่อนจะเริ่มสอบจะมีการเปิดทดสอบเสียง ระหว่างนั้นก็เริ่มเลยค่ะ! เริ่มหามุมที่ฟังได้ชัดเจนที่สุด ถึงเราเลือกที่นั่งไม่ได้แต่เราเลือกมุมที่จะเงี่ยหูฟังได้ค่ะ! ระหว่างทำเราเขียนทดในกระดาษคำถามได้นะคะ เสียงจะเล่นต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ดังนั้นหากมีข้อไหนไม่แน่ใจอาจทำสัญลักษณ์หรือเขียน keyword ไว้แล้วค่อยกลับมาตอบทีหลังได้ค่ะ อย่าเสียเวลางมอยู่ ทั้งนี้หากมีข้อไหนที่มั่นใจก็ฝนให้เต็มที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้าต้องมาฝนใหม่ทั้งหมดตอน 10 นาทีสุดท้าย นอกจากจะไม่ได้ทบทวนแล้วอาจจะฝนไม่ทันเอานะจ๊ะ

Reading (60 ข้อ 70 นาที)

       ทวนให้อีกทีว่า Reading แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ Cloze Test, Short Passage และ Long Passage พี่แนะนำว่าให้ทำเรียงไปเลยค่ะ เนื่องจากยังไงคะแนนแต่ละข้อก็เท่ากันอยู่แล้ว ดังนั้นไล่เก็บจาก Passage สั้นๆ ไปก่อนก็ไม่เสียหายค่ะ ได้คำตอบไวกว่าด้วย เวลาที่เหลือจะได้ทุ่มเทให้กับ Long Passage อย่างเต็มที่

Writing (30 ข้อ 30 นาที)

       พาร์ทนี้บางคนเข้าใจผิดว่าต้องมาเขียนเรียงความด้วยเหรอ แต่จริงๆ แล้วพาร์ทนี้คือ Error Identification หรือข้อสอบหาข้อผิดค่ะ โดยเฉลี่ยเวลาอยู่ที่ข้อละ 1 นาที ดังนั้นไม่จำเป็นต้องอ่านแต่ละข้อให้เข้าใจนะคะเพราะ 1 นาทีไม่ทันแน่ถ้ามัวแต่แปลอยู่ พยายามหาประธาน (Subject) และ กริยา (Verb) ให้เจอจะช่วยให้มองส่วนประกอบประโยคได้ง่ายขึ้น ที่เหลืออยู่ที่การเตรียมตัวของน้อง ๆ แล้วล่ะค่ะว่าพร้อมมากแค่ไหน

       เป็นยังไงบ้างคะกับประสบการณ์การสอบ CU-TEP และทริคต่างๆ ที่พี่นำมาฝากวันนี้ หวังว่าจะช่วยให้น้องๆ ที่อ่านใจชื้นขึ้นและพอจับทางได้ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้างนะคะ แต่ถ้าน้องๆ คนไหนยังไม่มั่นใจในเรื่องการเตรียมความรู้ที่จะไปสอบทาง InterPass ของเรามีคอร์ส CU-TEP & TU-GET ที่ออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับน้อง ๆ ที่ตั้งใจจะไปสอบทั้งสองการสอบนี้ค่ะ เรียกว่าคอร์สเดียวได้ครบทั้งจุฬาฯและธรรมศาสตร์กันเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีทั้งทีมโค้ชและติวเตอร์คอยให้คำปรึกษาน้องๆ อย่างเต็มที่อีกด้วย สุดท้ายนี้พี่ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดี สอบติดคณะและมหาลัยที่หวังไว้กันทั่วหน้านะคะ แล้วเจอกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่าา

—————————————————
InterPass ที่ 1 ด้านอินเตอร์ ✈️
สอบถามเพิ่มเติม Inbox : m.me/interpassinstitute
Tel:089-9964256, 089-9923965
Line : @InterPass

Date : Jul 14, 2020

You May Like