BLOG

    Home Blog SAT รีวิวการสอบเข้าคณะ BBA CU : การอัพคะแนน SAT, การเตรียมสัมภาษณ์ By น้องแซนด์

รีวิวการสอบเข้าคณะ BBA CU : การอัพคะแนน SAT, การเตรียมสัมภาษณ์ By น้องแซนด์

สวัสดีค่ะทุกคน เราชื่อแซนด์นะ สาธินี อัศวนิเวศน์ เรียนม.ปลาย อยู่ที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ เรายื่นสองที่ BBA-CU กับ BBA-TU ได้ทั้งสองที่เลยแต่เลือก BBA-CU ค่ะ วันนี้จะมารีวิวและแชร์ประสบการณ์การเตรียมตัวสอบเข้าคณะ BBA-CU หรือ บริหาร จุฬาฯ ภาคอินเตอร์ รวมถึงการเตรียมตัวอัพคะแนน SAT ของเรา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะคะ ^^

แรงบันดาลใจในการอยากเข้า BBA-CU

ตอนเรียนม.ปลายที่โชรส์เบอรี่เรามีโอกาสได้เลือกเรียน Business Studies สำหรับ IGCSE กับ A-Level พอได้เรียนก็รู้สึกชอบ เพราะได้รู้เกี่ยวกับหลายๆด้านของการทำธุรกิจตั้งแต่พื้นฐานเลยไม่ว่าจะเป็น Finance Marketing หรือ Management ทำให้เราได้รู้ถึงเบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจต่างๆ ซึ่งเราว่ามันน่าสนใจมากบวกกับ passion ส่วนตัวที่มีใจรักในด้านอาหาร เลยมีความฝันว่าในอนาคตอยากเปิดธุจกิจด้านอาหาร เราเลยเลือกที่จะเรียน BBA-CU เพราะคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้เราไปถึงจุดๆนั้นได้

โอกาสที่มากกว่าสำหรับการเรียนภาคอินเตอร์

เรามาจากโรงเรียนนานาชาติเลยเลือกเรียนอินเตอร์เพราะคิดว่าน่าจะสามารถเปรียบตัวกับการเรียนการสอนได้ไม่ยาก อีกอย่างที่เรามองว่าสำคัญเลยคือภาษา เพราะว่าในสายธุรกิจมีโอกาสสูงมากที่เราต้อง deal กับคนต่างชาติไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือ supplier ยิ่งถ้าเราทำงานในบริษัทใหญ่พวก multinational companies ยังไงก็ต้องเจอ ฉะนั้นเราคิดว่าการได้ภาษามันเป็นข้อดีอย่างมาก นอกจากนี้เราว่าการเรียนภาคอินเตอร์พอจบไปมันมี opportunities ที่จะเรียนต่อโทในมหาลัยฯดังๆต่างประเทศและหางานดีๆได้มากกว่า เราเลยเลือกเรียนอินเตอร์ค่ะ

คณะ BBA-CU เรียนเกี่ยวกับอะไร? จบไปแล้วอยากทำงานด้านไหน?

BBA หรือชื่อเต็ม Bachelor of Business Administration เป็นคณะภาคอินเตอร์ของมหาลัยฯจุฬาที่สอนเรื่องการบริหารธุจกิจ เข้าไปปี 1 ทุกคนจะได้เรียนวิชาพื้นฐานและถึงจะเลือก major ได้ในปี 2 ซึ่งใน BBA-CU มีทั้งหมด 4 Majors ด้วยกัน มี Finance, Accounting, Marketing, และ International Business แต่ละ Major ก็จะเรียนแตกต่างกันไป

1.   Finance หลักๆจะเรียนเรื่องการลงทุน การประเมินความเสี่ยงของการลงทุน ทำยังไงให้ใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อที่จะ make sure ว่าผลตอบแทนมันจะ profitable

2.   Accounting สอนเรื่องการบริหารและตรวจสอบบัญชี จะเจาะลึกเกี่ยวกับมาตรฐานในการทำบัญชีสินทรัพย์ บัญชีลูกหนี้ หุ้นกู้ ต่างๆ เป็น Major ที่ค่อยข้างแน่นเลขเลยแหละ

3.  Marketing น้องใหม่ที่พึ่งเปิดได้ไม่นานมาก วิชาที่เรียนก็จะมีพวกกลยุทธ์การตลาดการสร้าง branding สร้าง product การทำ pricing ต่างๆ การเรียนส่วนใหญ่จะเป็น project-based ทำงานเป็นกลุ่มซึ่งทำให้เราได้แลกเปลี่ยนไอเดียกับเพื่อนๆผ่านการ discuss

4.  International Business ตามชื่อเลยคือหลักๆจะเรียนเกี่ยวกับการทำการค้าระหว่างประเทศ ได้เรียนรู้เรื่องการส่งออกนำเข้า เศรษฐกิจและการตลาดระดับโลก ดังนั้นจึงเป็น Major ที่ทำให้เรารู้ภาพรวมของการทำธุรกิจในหลายๆด้านเลย ที่สำคัญยังได้เรียนภาษาที่สามด้วย

จบ BBA ไปสามารถทำงานได้หลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็นอาชีพที่เกี่ยวกับ major ที่จบมาโดยตรง เช่นจบ Accounting อาจจะไปเป็น Auditor ซึ่งถ้าอยากทำงานในเป็นบริษัทใหญ่ก็เป็นพวก Big 4 หรือจะเป็น Accounting Consultant ที่ปรึกษาทางบัญชีก็ได้ แต่นอกจากนี้ก็จบไปเป็น Entrepreneur ทำธุรกิจส่วนในด้านมี่ตนเองสนใจก็ได้เหมือนกันนะ เราว่า BBA มันเป็นวิชาที่ปูพื้นฐานสำหรับหลายอาชีพเลย เพราะเป็นหลักสูตรเรียนแล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในอนาคต

การเตรียมตัววางแผนเข้า BBA-CU

พอรู้ตัวว่าอยากเรียนด้าน Business อย่างแรกก็หาข้อมูลก่อนเลย ดูหลักสูตรของหลายๆมหาลัย ทำความเข้าใจมันและก็ตัดสินใจว่าจะยื่นที่ไหนบ้างและเป้าหมายของเราอยากได้ที่ไหนมากที่สุด เราเลือกที่จะสมัคร BBA ทั้งจุฬาฯ กับ ธรรมศาสตร์ เราเลยดูว่าทั้งสองที่ใช้อะไรยื่นได้บ้างซึ่งทั้ง จุฬาฯ และ ธรรมศาสตร์ ก็รับ SAT สำหรับ Aptitude Test และ IELTS สำหรับ English Proficiency Test เราก็เลือกที่จะสอบอันนี้ เราเริ่มจากการเตรียมตัวสอบ SAT เพราะโดยส่วนตัวคิดว่ามันยากและเพราะคะแนน SAT มันค่อนข้างสำคัญในการยืนโดยเฉพาะ BBA-CU ที่เอาคะแนนมา rank ทำให้คะแนนมันสูงมาก เลยคิดว่าควรให้เวลามันเยอะๆ เราก็เริ่มติวเรียนพิเศษตั้งแต่ ม.5 แต่กว่าจะได้สอบจริงก็ ม.6 หลังจาก SAT เราค่อยมากเก็บ IELTS เราใช้เวลาเตรียมตัวแต่ 1 เดือน มันน้อยมากเพราะไม่มีเวลาเลย หลังเก็บคะแนนครบก็รอสมัครหลังจากที่มหาลัยฯเปิดรับค่ะ

คะแนน IELTS และ คะแนน SAT ที่ได้ พร้อมแชร์เทคนิคการอัพคะแนน

เราว่าก่อนที่เราจะเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ SAT กับ IELTS สิ่งที่สำคัญคือเราควรที่จะมีเป้าหมายว่าเราอยากที่จะได้คะแนนเท่าไร สำหรับเราเราตั้ง target SAT ไว้ที่ 1370-1400 และ IELTS 7.0+ หลังจากนั้นเราก็มานั่งคำนวณเลยว่า SAT อังกฤษ (ทั้ง Part Reading, Writing) และเลข (Part Non-cal และ Cal) ควรที่จะได้เท่าไรถึงจะได้ IELTS แต่ละ Part ควรที่จะได้เท่าไร ก่อนที่จะพูดถึงเทคนิคการอ่านหนังสือเราอยากจะแชร์ในสิ่งที่เราทำแล้วรู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์มากๆสำหรับการเตรียมตัวสอบ คือเราสร้าง Spreadsheet ขึ้นมาเพื่อเก็บ Record คะแนนที่เราได้จะการทำข้อสอบแต่ละชุด ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวเอง แล้วทำให้เรารู้ว่า Part ไหนที่เราควรจะปรับปรุง Part ไหนที่เรายังทำไม่ได้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้และเริ่มแก้จากตรงไหนเป็นจุดๆไป

IELTS คะแนนที่เราได้ Overall Band 7.5 (Listening 8.5, Speaking 7.5, Reading 7.5, Writing 7) สำหรับ IELTs เราเริ่มเตรียมตัวโดยดูว่าใน 4 Parts ถนัดอันไหมมากที่สุด ส่วนตัวเราคิดว่า Listening กับ Reading ไม่ได้ยากมาก ก็เลย Set Target ว่าเรา อยากทำ Listening ให้ได้ 8+ และ Reading อย่างน้อย 7.5 เพื่อที่จะได้เอาไปช่วย Speaking กับ Writing คะแนน Overall จะได้ออกมา 7+

เคล็ดลับที่ทำให้คะแนน SAT ขึ้นทุกครั้งที่สอบ

เราสอบ SAT มาทั้งหมด 4 ครั้ง โดยส่วนตัวแล้วเลขไม่ได้มีปัญหาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คะแนนก็จะสวิงขึ้นลง อยู่ประมาณ 770-800 แต่อันที่มีปัญหาเนี่ยคืออังกฤษ555 ครั้งแรกที่สอบอังกฤษได้ 500 แล้วก็ดึงคะแนนมาได้จนถึง 610 สูงสุด วิธีการของเราคือเราเริ่มจากการอัพคะแนน Writing เพราะมันนับได้ง่ายกว่า Reading มาก เราใช้หนังสือเล่ม Erica Ultimate Guide for SAT Grammar มาช่วย มันดีมากจริงๆ เพราะมันแบ่งเป็น Topic ให้เลย ด้านหลังของแต่ละบทก็จะมีแบบฝึกหัดให้ทำด้วย หลังจากอ่านเนื้อหาแบบคร่าวๆแล้วเราก็ไล่ทำแบบฝึกหัดทีละบทเริ่มจากอันที่เราอ่อนที่สุด เราว่าข้อดีของการทำแบบนี้จะทำให้เราละเอียดและแม่นยำมากขึ้น ส่วนตัวคือเห็นได้ชัดเลยว่าหลังจากฝึกแบบนี้พอกลับมาทำข้อสอบแบบจับเวลาเต็มๆ 35 นาที คะแนนคือดีขึ้นมากจากที่ได้ Raw Score ประมาณ 32-34 มันขึ้นมาถึง 37-38+ เลยอ่ะ บางครั้งถึง 40 ก็มี  และการอัพ Raw Score ของ Writing มันช่วยให้คะแนน SAT Eng ขึ้นมาได้เยอะมาก แบบ 60-70 SAT Score เลย อีกอย่างสิ่งที่เราทำต่างจากเดิมจากการติวสอบครั้งแรกคือเรานั่งจับเวลาทำข้อสอบมากขึ้นบ่อยขึ้น จับเวลาทำอังกฤษทั้งหมดประมาณอาทิตย์ละครั้งสองครั้งซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะไปนั่งทำที่ InterPass เพราะอยู่บ้านเราไม่มีสมาธิ จับเวลาทำเลขกับ Writing อะพอได้แต่ Reading ไม่สามารถจริงๆ คือทำแล้วจะหลับอะ5555 เพราะมันตั้ง 65 นาที ช่วงใกล้ๆสอบเราก็จะพยายามจับเวลาทำทั้งชุด 3-4 ชั่วโมงทำวนไป คือมันเหนื่อยนะแต่มันเป็นสิ่งควรทำมากๆ อยากแนะนำให้ทุกคนทำเพราะมันช่วยได้เยอะมาก เหมือนจำลองการสอบจริงทำให้เรารู้ว่าเราควรจะจัดการเวลายังไง เวลาเป็นปัญหามากสำหรับเราตอนสอบรอบแรกเพราะทำไม่ทัน555  พอได้ฝึกจับเวลาทำเสมือนจริงก็ดีขึ้นมากเลย

อุปสรรคที่ยากที่สุดในการเตรียมตัวสอบเข้า

สำหรับเราเราอุปสรรคที่ยากที่สุดคือ เวลา เพราะเรามีเวลาในการเตรียมตัวน้อย คือตอนแรกเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ม.5 เพื่อที่จะสอบรอบ March 2020 แต่เพราะ COVID เลยโดน cancel ไม่ได้สอบทำให้ห่างหายจากการทำ SAT มาหลายเดือน เลยต้องมาเริ่มติวใหม่เพื่อสอบ August 2020 ซึ่งมีเวลาอีกแค่ 2 เดือน แล้วช่วงนั้นที่โรงเรียนก็มีสอบและงานก็หนักมาก คือเครียดมากแต่ก็ต้องพยายาม manage เวลาให้ดี อุปสรรคอีกหนึงอย่างคือความท้อแท้ การเตรียมสอบเข้ามันเหนื่อยมากจริงๆ มันมีหลายช่วงเวลาที่เรารู้สึกเหนื่อยท้อแท้ เครียด แต่เราผ่านจุดๆนั้นมาได้เพราะความมุ่งมั่น คิดบวกและกำลังใจจากคนรอบข้าง มันทำให้เรามีแรงสู้และพยายามต่อไปจนสำเร็จ

ความประทับใจต่อ InterPass

รัก Interpass มาก ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่คอย support คอยให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ขอบคุณพี่แบงค์ที่คอยเป็นกำลังใจให้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คะแนนดีๆทำให้ติด BBA-CU คณะและมหาลัยที่อยากเข้ามากที่สุด ดีใจมากที่ได้เป็นเด็ก InterPass เราชอบการเรียนการสอนของที่นี่มากชอบบรรยากาศ course ดีมี resources พวกหนังสือเรียนแบบฝึกหัดให้ครบเลย เราเรียนที่นี้แล้วรู้สึกสนุกไม่น่าเบื่อแถมได้ความรู้ใหม่ๆเรียนเข้าใจด้วย 🙂

ข้อความจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องที่มีความฝันอยากเข้า BBA-CU

ก็อยากให้น้องๆทุกคนสู้ๆกับการเตรียมสอบเข้า BBA-CU นะคะ ถึงแม้มันจะเหนื่อยแค่ขนาดไหนก็อยากให้ทุกคนอดทน มันเหนื่อยแต่มันคุ้มค่ามากจริงๆ ให้คิดถึงความฝันของเราไว้คิดว่าถ้าเราติดจะรู้สึกดีแค่ไหน มันจะเป็นแรงผลักดันให้เราสู้ต่อไป อยากให้ทุกคนพยายามให้เต็มที่และคิดเสมอว่าเราจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด ผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงเอาใจยอมรับมันและไม่เสียใจเลยเพราะเราได้ทำเต็มที่แล้ว ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเตรียมตัวสอบเข้านะคะ และหวังว่าจะได้เจอกันใน BBA-CU เป็นกำลังใจให้ค่ะ

________________________________________
InterPass ที่ 1 ด้านอินเตอร์ ✈️
สอบถามคอร์สเรียน Inbox: m.me/interpassinstitute
Line: @InterPass
Tel: 089-9964256, 089-9923965

Date : Aug 3, 2021

You May Like