BLOG

    Home Blog BMAT เตรียม Portfolio อย่างไร? ยื่นติดชัวร์ #หมอรอบ1

เตรียม Portfolio อย่างไร? ยื่นติดชัวร์ #หมอรอบ1

สวัสดีค่ะน้องๆ ทุกคน วันนี้พี่ทำบทความที่รวบรวมข้อมูลที่น้องควรทราบ เกี่ยวกับการเตรียมตัวทำ Portfolio สำหรับใครที่กำลังวางแผนอยากเข้าหมอรอบ 1 นะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ซึ่งวันนี้จะพาไปดู 4 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเตรียม Portfolio รับรองว่าอ่านจบแล้ว หมอรอบ 1 อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่า ^^

Portfolio คืออะไร?

Portfolio คือแฟ้มสะสมผลงาน ซึ่งสำหรับน้องๆ ที่สมัครหมอรอบ 1 จะไม่ค่อยมี requirement อะไรมากมาย นอกจากเกรดเฉลี่ยและผลคะแนนสอบ BMAT และ IELTS ดังนั้น เวลายื่นคะแนนในรอบนี้ น้องๆ ควรใส่ผลงานการทำกิจกรรม การเข้าแข่งขัน หรือกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ เพื่อให้แฟ้มสะสมผลงานของเราดูโดดเด่นมากกว่าคนอื่น

เนื้อหาข้างในที่ควรมี

  1. Preface (คำนำ) จริงๆ จะมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าทางคณะจำกัดนวนหน้าไหม ถ้าจำกัดแค่ 10 หน้าก็ไม่จำเป็นต้องเขียน
  2. Resume คือประวัติย่อของน้อง น้องๆ ต้องการจะสื่อสารอะไรกับคณะกรรมการ ความยาวไม่ควรเกิน 1 หน้ากระดาษ ซึ่งควรใส่ ชื่อ-นามสกุล, การศึกษา, ผลคะแนนสอบ และผลงานที่โดดเด่นในด้านต่างๆ
  3. Rewards & Activities รางวัลจากกิจกรรมที่น้องๆ เข้าร่วม สามารถใส่ได้แต่อย่าให้เยอะเกินจนทับผลงานวิชาการ
  4. Social Responsibilities กิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคม กิจกรรมที่ไปทำอาสาสมัคร

สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำใน Portfolio

1. อย่าใส่แค่รูป แต่ควรมีรายละเอียดกิจกรรมนั้นๆ

การที่น้องๆ ใส่แต่รูปลงไปในแฟ้มสะสมผลงานเยอะๆ นอกจากจะทำให้ไม่สามารถสื่อสารกับผู้อ่านได้ ยังทำให้คณะกรรมการไม่รู้ข้อมูลของกิจกรรมที่น้องไปเข้าร่วมมาด้วย ดังนั้น จึงควรเรียนบอกรายละเอียดว่าแข่งที่ไหน คนแข่งจำนวนเยอะไหม และน้องได้เรียนรู้อะไรจากการแข่งขันที่สามารถนำไปปรับใช้ในอนาคตได้

2. Font และการใช้สีควรมีความเป็นทางการ

โดยปกติ น้องๆ ควรใช้ Font และขนาดที่มีความเป็นทางการและอ่านง่ายหากทางคณะไม่ได้กำหนดมา น้องๆ สามารถใช้การขีดเส้นใต้และเน้นตัวหนาในส่วนของหัวข้อได้ แต่สีที่ใช้ไม่ควรฉูดฉาดเกินไป ถ้าน้องๆ ไม่ได้ยื่นเข้า Design School หรือคณะสถาปัตย์ ควรใช้สีที่เรียบร้อยหรือสีประจำโรงเรียน

3. ผลงานที่ใส่ควรเป็นผลงานจากมัธยมปลาย

แฟ้มสะสมผลงานควรใส่แค่ผลงานระดับมัธยมปลาย แต่ถ้าน้องๆ อยากเขียนผลงานตอนประถม หรือมัธยมต้น ต้องเป็นผลงานที่โดดเด่นมากๆ หรือเป็นผลงานระดับประเทศหรือระดับโลก

ส่วน Format ในการเขียน มุมขวาบนหัวกระดาษควรใช้ชื่อและนามสกุล และอย่าลืมใส่หน้ากระดาษไว้มุมขวาล่างเพื่อกันกระดาษหล่นหายจะได้ตามได้ ส่วน Academic Achievement ควรไล่ปีจากอัพเดทสุดไล่ลงมา ส่วน Tense ที่ใช้ควรมีความสม่ำเสมอเพื่อความเป็นระเบียบด้วยค่ะ

FAQs: คำถามที่ถามบ่อย

1. เขียนกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการเป็นหมอได้ไหม?

ได้ค่ะ แต่การเขียนรายละเอียดต้องอย่าลืมใส่ด้วยว่าน้องๆ ได้เรียนรู้อะไรจากกิจกรรมนี้ และกิจกรรมนี้สามารถเอาไปปรับใช้หรือช่วยน้องในอนาคตได้อย่างไร

2. Portfolio ควรเขียนยาวแค่ไหน?

เนื่องจากมีผู้สมัครหลายร้อยคน น้องๆ ควรใส่แค่เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นหรือกิจกรรมที่น้องๆ คิดว่าถ้าคณะกรรมการเห็นจะรู้สึกสนใจในแฟ้มสะสมผลงานของเรา

3. Portfolio ควรเขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ?

น้องๆ สามารถเลือกเขียนได้ทั้งภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าน้องๆ คิดว่าภาษาไหนที่น้องๆ สามารถสื่อสารได้ดีมากกว่า

4. จำเป็นต้องเขียน Statement of Purpose (SOP) ในแฟ้มสะสมผลงานไหม?

SOP คือจดหมายแนะนำตัวว่าทำไมน้องๆ ถึงอยากเป็นหมอ จะเขียนหรือไม่เขียนก็ได้ แต่เนื้อหาข้างในควรกระชับ และให้คณะกรรมการอ่านแล้วได้ใจความว่าเรามีความสนใจในด้านนี้เพราะอะไร หรือมีกิจกรรมอะไรที่เราเคยทำแล้วผลักดันเราในด้านการเป็นหมอ

5. ถ้าเข้าร่วมการแข่งขันที่ไม่ใช่ระดับประเทศควรใส่ไหม?

ควรใส่ค่ะ เพราะเป็นการแสดงว่าเราไม่ใช่แค่เด็กเรียน แต่ทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วย เราสามารถเขียนเพิ่มไปได้ด้วยว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากกิจกรรมนั้นๆ

จบกันไปแล้วนะคะ หวังว่าจะช่วยตอบคำถามคาใจน้องๆ หลายคนได้ ส่วนใครอยากปรึกษาหรือวางแผนการเตรียมตัว ทาง InterPass มีพี่ๆ โค้ชคอยให้คำแนะนำน้องๆ สามารถติดต่อได้ตามช่องทางที่อยู่ด้านล่างเลยค่ะ 🙂

สนใจดูคอร์ส BMAT เรามีทีมติวเตอร์ที่มากความสามารถในการสอน พร้อมเทคนิคที่จะช่วยให้น้องๆ พิชิตหมอรอบ 1 สามารถดูคอร์สได้ที่ > https://interpass.in.th/course_category/bmat/

________________________________________
InterPass ที่ 1 ด้านอินเตอร์ ✈️
สอบถามคอร์สเรียน Inbox: m.me/interpassinstitute
Line: @InterPass
Tel: 089-9964256, 089-9923965

Date : Jan 26, 2021

You May Like