BLOG

    Home Blog BMAT เทคนิคการทำข้อสอบ BMAT ยังไงให้ทันเวลา By ครูพี่กิ๊บ Oxford

เทคนิคการทำข้อสอบ BMAT ยังไงให้ทันเวลา By ครูพี่กิ๊บ Oxford

น้องหลายๆ คนที่ไปสอบ BMAT จะพบว่าความยากอย่างหนึ่งของข้อสอบ BMAT คือการเป็นข้อสอบแบบ Speed Test หรือ ข้อสอบที่แข่งกับเวลานั่นเอง โดยข้อสอบ BMAT นั้นมีรายละเอียดข้อสอบดังนี้

  • Section 1:  Aptitude and Skills เป็นข้อสอบปรนัย (ชอยส์) 32 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที
  • Section 2: Scientific Knowledge and Applications เป็นข้อสอบปรนัย (ชอยส์) 27 ข้อ ใช้เวลา 30 นาที
  • Section 3: Writing Task เป็นข้อสอบการเขียน ซึ่งจะให้นักเรียนเลือกตอบเพียง 1 จาก 3 คำถาม โดยให้เวลา 30 นาที โดยไม่ได้กำหนดความยาวมาให้ว่าจะต้องเขียนเท่าไร แต่ก็ควรอยู่ระหว่าง 250-350 คำค่ะ

สำหรับน้องๆ ที่อยากได้คะแนน BMAT สูงๆ เพื่อไปยื่นในรอบ Portfolio หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า หมอรอบ 1 ควรทำคะแนนกันให้ได้มากที่สุด เรียกว่ายิ่งได้คะแนนในส่วนนี้มากเท่าไรก็ยื่นมหาวิทยาลัยได้ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น วันนี้พี่จะพาน้องๆ มาดูว่าในแต่ละ section เรามีเทคนิคทำข้อสอบกันอย่างไรให้ได้คะแนนสูงที่สุดนะคะ

Section 1: Aptitude and Skills

Section นี้ถือว่าเป็นส่วนที่ยากที่สุดสำหรับน้องๆ คนไทยหลายๆ คน เพราะข้อสอบค่อนข้างยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านข้อสอบในส่วน Understanding Arguments

ตัวอย่างข้อสอบ Understanding Arguments (Official Paper 2018)

โดยส่วนมากแล้ว ไม่ค่อยมีคนทำทันใน Section นี้นะคะ เรียกว่าพยายามแล้วก็ยังไม่ทันอยู่ดี ดังนั้นหลักการก็คือน้องๆ ไม่จำเป็นต้องทำให้หมดทุกข้อค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจุดอ่อนของน้องๆ คือการอ่านภาษาอังกฤษยาวๆ  ก็ควรจะเลี่ยงไปทำพวก Problem Solving ก่อน เพราะจะเป็นโจทย์คำนวณ และเชาว์ค่ะ

ตัวอย่างข้อสอบ Problem Solving (Official Paper 2018)

อย่างไรก็ตามทั้งข้อสอบ Problem Solving และ Understanding Arguments ก็มีทั้งข้อยากข้อง่ายปนๆ กันนะคะ อย่างเช่นข้อสอบ Understanding Arguments ก็จะมีหลายประเภท เช่น flaw, summary, strengthen, weaken น้องๆ ก็ควรเลือกทำโจทย์ประเภทที่ตัวเองถนัดก่อนเลยค่ะ จาก 32 ข้อ ทำให้ถูกสัก 22 ข้อนี่ก็ถือว่าพอคุยกันได้แล้วค่ะ

Section 2: Scientific Knowledge and Applications

ในส่วนนี้ น้องๆ หลายคนคิดว่าเป็นส่วนที่ง่ายและจะเข้าไปเก็บคะแนน ปัญหาก็คือคนที่ได้คณะดีๆ เขามักจะได้ส่วนนี้เต็มหรือเกือบๆ เต็มค่ะน้องๆ  ดังนั้นจากข้อสอบ 27 ข้อ น้องๆ ควรทำให้ได้สัก 25 ข้อหรือมากกว่านั้นค่ะ ค่อนข้างยากพอสมควรนะคะสำหรับเวลา 30 นาที เฉลี่ยออกมาแล้วมีเวลาแค่ประมาณข้อละ 1 นาทีเท่านั้นเอง และโจทย์ก็ยาวมากเสียด้วย

เทคนิคก็คือ น้องๆ ไม่ควรทำเรียงข้อค่ะ ควรทำข้อที่ตัวเองถนัดก่อน เช่นถ้าเราถนัดวิชา biology กับ physics ก็เลือกทำไปก่อนได้เลย เป็นต้น อีกเทคนิคก็คือข้อไหนที่โจทย์ยาวมากๆ และอ่านไม่เข้าใจ ลองใช้วิธีหา keyword ในแต่ละข้อดูค่ะ อ่านจับใจความคำประเภทที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เรียนมา พวกรายละเอียดไม่ต้องไปสนใจมัน โดยมากข้อสอบจะแกล้งออกมาในลักษณะนี้นะคะ ใครเผลอไปอ่านหมด ทำไม่ทันแน่นอน

ตัวอย่างข้อสอบเลข (Official Paper 2018)

Section 3: Writing Test

ข้อสอบที่ยากอีกส่วนสำหรับพวกเราคนไทยก็คือส่วนการเขียน หรือ Writing Task นี่แหละค่ะ เพราะในหลักสูตรไทย ไม่ค่อยเน้นการเขียนสักเท่าไร และยิ่งการสอบเขียนในวิชา BMAT  ค่อนข้างจะเป็นการสอบที่กึ่งเฉพาะทาง เช่น ถามเกี่ยวกับจริยธรรมการแพทย์ หรือเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

เทคนิคก็คือ ข้อสอบจะให้เราเลือกทำ 1 ใน 3 ข้อ น้องๆ ไม่จำเป็นต้องเลือกข้อที่ยากนะคะ หลายๆ คนคิดว่าเลือกเรื่องที่ยากแล้วจะได้คะแนนดี แต่ในความเป็นจริง ควรเลือกข้อที่เราถนัดที่จะเขียนที่สุด เช่น บางคนเตรียมเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มาเยอะ ก็ควรเลือกในห้องสอบค่ะ และควรจะเขียนให้ได้ประมาณ 250 คำเป็นอย่างต่ำนะคะ

ตัวอย่างข้อสอบ Writing Task (Official Paper 2018)

อีกอย่างที่สำคัญมากๆ ก็คือก่อนวันสอบจริง น้องๆ ควรฝึกทำข้อสอบ BMAT Writing ให้ได้เยอะที่สุด และเวลาที่ฝึกก็พยายามฝึกให้ครอบคลุมข้อสอบทุกประเภทนะคะ ไม่ใช่เลือกฝึกเฉพาะที่เราถนัดอย่างเดียว หลายๆ คนไม่ค่อยฝึกเขียนเพราะคิดว่าคงจะเหมือนกับข้อสอบ essay อื่นๆ เช่น IELTS แต่จริงๆ แล้วพี่คิดว่ามีหลายอย่างที่ไม่เหมือนกันนะคะ

ใครที่อยากรู้ว่าข้อสอบ IELTS Writing เป็นอย่างไร ลองคลิ๊กไปที่นี่ได้เลยค่ะ –> 3 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนสอบ IELTS Writing

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ มั่นใจกันขึ้นบ้างหรือเปล่าสำหรับการสอบ BMAT

พี่บอกเลยค่ะว่าการทำข้อสอบ BMAT เป็นคนเก่งอย่างเดียวอาจจะไม่พอ น้องๆ ต้องมีเทคนิคเพื่อทำให้ทันเวลาด้วย สำหรับใครที่อยากได้ความมั่นใจก่อนไปสอบจริง อยากปรึกษาพี่ๆ เพิ่มเติมเรื่องการวางแผนการเรียนหรืออยากรู้รายละเอียดคอร์สอื่นๆ ก็สามารถติดต่อพี่ๆ  Interpass ได้ตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

สำหรับคอร์ส BMAT ของ InterPass นั้นเราก็มีครบทั้ง 3 sections นำทีมโดยทีมติวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในการสอน เช่น ครูดร.พี่นัน (ตรี – วิศวะจุฬา, โท+เอก – Carnegie Mellon, มหาวิทยาลัย TOP 5 ของประเทศอเมริกาด้านวิศวกรรมศาสตร์) มาสอนน้องๆ ใน Section 1 และในส่วน Section 2 ก็มีติวเตอร์หลากหลาย เช่น พี่แม็ก ประสบการณ์สอน 7 ปีทั้งภาคไทยและภาคอินเตอร์  และ พี่หมอแพม (ตรี – Biochem จาก University of Melbourne และกำลังศึกษาที่ CICM) ที่จะมาช่วยเสริมทัพให้น้องๆ ได้คะแนนใน section นี้เต็มกันไปเลยทีเดียวค่ะ และตัวพี่เองก็จะมาดูและน้องๆ ในส่วนการเขียน Writing เช่นเคยค่ะ

ใครที่อยากดูรายละเอียดคอร์ส BMAT เพิ่มเติมสามารถคลิ๊กที่นี่ได้เลยค่ะ –> https://interpass.in.th/course_category/bmat/

________________________________________
InterPass ที่ 1 ด้านอินเตอร์ ✈️
สอบถามคอร์สเรียน Inbox : m.me/interpassinstitute
Line : @InterPass
Tel : 089-9964256, 089-9923965

Date : Jan 22, 2021

You May Like