BLOG

    Home Blog IELTS สอบ IELTS Writing: Linking Words ที่ “ไม่ได้ทำให้คะแนนเพิ่ม”

สอบ IELTS Writing: Linking Words ที่ “ไม่ได้ทำให้คะแนนเพิ่ม”

สอบ IELTS Writing: Linking Words ที่ “ไม่ได้ทำให้คะแนนเพิ่ม” อยากได้ Band 7+ ต้องรู้

น้อง ๆ หลายคนเข้าใจว่า ยิ่งใช้ Linking Words เยอะ คะแนน IELTS Writing ยิ่งสูงเลยพยายามใส่คำแบบนี้เต็ม Essay

  • Firstly
  • Secondly
  • Moreover
  • Furthermore
  • In conclusion

แต่สุดท้าย คะแนนกลับยังอยู่แถว Band 6.0 – 6.5 เท่าเดิมเพราะความจริงแล้ว IELTS Writing ไม่ได้วัดว่า “รู้คำเชื่อมเยอะแค่ไหน”

แต่วัดว่า

👉 เชื่อมไอเดียได้เป็นธรรมชาติหรือไม่
👉 ขยายเหตุผลได้ดีแค่ไหน
👉 และเรียบเรียงความคิดให้ flow หรือเปล่าหลายครั้ง การใช้ Linking Words เยอะเกินไป
กลับทำให้ Essay ดู “ฝืน” และ “เหมือน template” มากกว่าเดิม

ทำไมใช้ Linking Words เยอะ แต่คะแนนไม่ขึ้น?

ในเกณฑ์การให้คะแนน IELTS Writing ทาง Examiner จะดูสิ่งที่เรียกว่า Coherence & Cohesion หลายคนแปลตรงนี้ว่า “ต้องใช้คำเชื่อมเยอะ ๆ” แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่ Examiner ต้องการคือ

👉 การเชื่อม idea ให้ลื่น
👉 การเรียงเหตุผลให้เข้าใจง่าย
👉 และการทำให้ Essay อ่านแล้วเป็นธรรมชาติ

ไม่ใช่การใส่ linking words ทุกประโยค

ปัญหาที่เจอบ่อยใน Band 6

หนึ่งใน pattern ที่พบบ่อยมากของ Essay ระดับ Band 6 คือพยายาม “ยัด linking words” จนเกินจำเป็น

เช่น

  • เปิดทุก paragraph ด้วย Firstly / Secondly
  • ใช้ Moreover แทบทุกย่อหน้า
  • เขียน In conclusion แบบเดิมทุก essay

ผลลัพธ์คือ Essay จะเริ่มดู

  • mechanical
  • repetitive
  • และไม่เป็น natural academic writing

แม้ grammar จะไม่ผิด แต่ flow การเขียนจะดู “แข็ง” ทันที

กลุ่ม Linking Words ที่ใช้ผิดบ่อยใน IELTS Writing

จริง ๆ แล้ว Linking Words ไม่ได้ผิด แต่ปัญหาคือ “วิธีใช้”หลายคำ ถ้าใช้พอดีจะช่วยให้ Essay ลื่นขึ้น
แต่ถ้าใช้ผิด context หรือใช้ซ้ำเกินไป คะแนน Coherence & Cohesion อาจลดแทนได้

กลุ่มเรียงลำดับความคิด (Listing Words)

คำกลุ่มนี้ เช่น

  • Firstly
  • Secondly
  • Finally
  • Last but not least

เป็นกลุ่มที่เด็ก IELTS ใช้เยอะมากที่สุด ปัญหาคือ หลายคนใช้เปิดทุก paragraph แบบเดิมทั้งหมด เช่น

Firstly, students should study hard.
Secondly, they should manage time well.
Finally, they should practice more.

แม้จะไม่ผิด grammar แต่จะทำให้ Essay ดูเหมือน “เขียนตาม template”

สิ่งที่ Examiner มักมองคือ

  • ไม่มี flexibility
  • ใช้ pattern เดิมซ้ำ
  • การเชื่อม idea ยังไม่เป็นธรรมชาติ

โดยเฉพาะในระดับ Band 7+ Examiner อยากเห็นการ transition ที่ smooth มากกว่า list structure แบบตรง ๆ

กลุ่มคำเชื่อมเพื่อ “เพิ่มข้อมูล” (Adding Ideas)

คำกลุ่มนี้ เช่น

  • Moreover
  • Furthermore
  • In addition
  • Additionally

หลายคนเข้าใจว่า ยิ่งใช้คำพวกนี้เยอะ Essay จะยิ่งดู academic แต่ถ้าใช้ทุก paragraph
หรือใช้แทบทุกประโยค Essay จะเริ่มดู “พยายามเกินไป”

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ

Moreover, students need practical skills.
Furthermore, communication is important.
In addition, teamwork is useful.

แม้คำจะดู advanced แต่ idea ไม่ได้ connect กันจริง สิ่งที่ Examiner มองจึงไม่ใช่ “ศัพท์ยากไหม” แต่คือ “ใช้ได้เหมาะกับ context หรือเปล่า”

กลุ่มแสดงความคิดเห็น (Opinion Expressions)

คำอย่าง

  • I think
  • I believe
  • In my opinion

ไม่ใช่คำผิด แต่ปัญหาคือ หลายคนใช้ซ้ำทั้ง essay เช่น

I think students should learn practical skills.
I believe education is important.
In my opinion, both views are acceptable.

ผลคือ Essay จะเริ่ม repetitive ทันที จริง ๆ แล้ว Academic Writing ที่คะแนนสูง
มักใช้วิธี “แสดง opinion ผ่าน structure” มากกว่าพูดตรง ๆ ซ้ำ ๆ เช่น A balanced approach appears to be more effective. จะดูเป็นธรรมชาติกว่า

กลุ่มยกตัวอย่าง (Giving Examples)

คำที่เจอบ่อย เช่น

  • For example
  • For instance
  • To illustrate

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำ แต่อยู่ที่ “pattern เดิม” หลายคนพอจะยกตัวอย่าง ก็เริ่มประโยคแบบเดิมทุกครั้ง ทำให้ writing rhythm ซ้ำ จริง ๆ แล้ว การยกตัวอย่างที่ดี ควร blend เข้าไปกับ idea อย่างลื่นไหล เช่น Skills such as communication and teamwork can significantly improve employability. โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นต้นด้วย “For example” ทุกครั้งก็ได้

กลุ่มเหตุและผล (Cause & Result)

คำกลุ่มนี้ เช่น

  • Therefore
  • Thus
  • As a result
  • Because

เป็นกลุ่มที่ต้องระวังมากที่สุด เพราะถ้าใช้ผิด logic คะแนนจะตกทันที ตัวอย่างเช่น Students use social media frequently. Therefore, technology is developing rapidly. ประโยคนี้ logic ยังไม่เชื่อมกันจริง แม้ grammar ถูก
แต่ความสัมพันธ์ของเหตุและผลยังไม่สมเหตุสมผล นี่คือสิ่งที่ Examiner ดูละเอียดมากใน Band สูง

แล้ว Examiner อยากเห็นอะไรแทน?

สิ่งที่ Examiner ต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ “จำนวน linking words”

แต่คือ

👉 logical flow
👉 natural transitions
👉 และการเชื่อม idea แบบไม่ฝืน

Essay ที่คะแนนสูงมักไม่ได้เต็มไปด้วย moreover หรือ furthermore แต่จะอ่าน “ลื่น” มากกว่า

ใช้ Linking Words เท่าที่จำเป็น

หนึ่งใน misconception ที่ใหญ่ที่สุดคือ “ยิ่งใช้เยอะ = ยิ่ง academic” แต่ในความจริง
Band 7+ Writing มักใช้ linking words “พอดี”เพราะถ้าใส่มากเกินไป Essay จะเริ่มดู artificial ทันที

ใช้ Sentence Structure ช่วยเชื่อม Idea

เด็กที่คะแนนสูงมักไม่เชื่อมประโยคด้วย linking words อย่างเดียวแต่ใช้ structure ของประโยคช่วย flow idea แทนเช่นแทนที่จะเขียน Firstly, students should practice regularly. อาจเขียนว่า One key reason students improve is consistent practice. แบบนี้จะดู natural และ mature กว่า

ใช้ Variety แทนการใช้ Pattern เดิม

Examiner ไม่ได้อยากเห็นศัพท์ fancy ตลอดเวลา แต่ต้องการเห็นว่าน้อง ๆ สามารถ “เปลี่ยนรูปแบบการเชื่อม” ได้ เช่น

  • บางย่อหน้าใช้ however
  • บางย่อหน้าใช้ relative clause
  • บางจุดเชื่อมด้วย idea progression แทน linking word

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ Essay ดู flexible มากขึ้นทันที

เทคนิคใช้ Linking Words ให้ได้ Band 7+

1. ใช้เท่าที่จำเป็น

การเขียน IELTS ที่ดีไม่ใช่การพยายามยัด linking words แต่คือการทำให้ผู้อ่าน “อ่านแล้วเข้าใจ flow ได้ง่าย” บางครั้ง ใช้แค่ however หรือ for example ไม่กี่ครั้งก็เพียงพอแล้ว

2. อย่าใช้คำเดิมซ้ำทั้ง Essay

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ Essay ดู Band 6 คือ repetition เช่น

  • moreover 4–5 ครั้ง
  • firstly ทุก paragraph
  • in conclusion แบบเดิมทุก essay

สิ่งสำคัญคือ variety มากกว่า complexity

3. Focus ที่ Logic ก่อนคำเชื่อม

หลายคนพยายามจำ linking words เพิ่มแต่ลืมว่า ถ้า logic ไม่ดี ต่อให้ใช้ศัพท์ advanced ก็ไม่ช่วย

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ

👉 idea ต้อง connect กันจริง
👉 เหตุผลต้อง support กันได้

4. หลีกเลี่ยงการเขียนแบบ Template

Essay ที่ Examiner อ่านแล้วรู้ทันทีว่า “ท่อง template มา” มักขึ้นคะแนนยาก โดยเฉพาะ pattern แบบFirstly… Secondly… Finally… ที่ใช้เหมือนกันทุก essay เพราะทำให้ writing ขาด flexibility

ตัวอย่าง “การเขียนแบบ Band 6 vs Band 7”

ตัวอย่าง Band 6 (Mechanical Writing)

Firstly, students should study hard.
Secondly, they should manage time well.
Finally, they should practice more.

ปัญหาของ writing แบบนี้คือ linking words เยอะ แต่ idea สั้น ไม่มีการขยายเหตุผล ทุกประโยคใช้ pattern เดิม
Essay จึงดูแข็งและ repetitive

ตัวอย่าง Band 7+ (Natural Flow)

Students need consistent practice to improve their performance.
In addition, effective time management plays a crucial role in academic success.
With these strategies, learners can significantly boost their scores.

สิ่งที่ต่างคือ

  • linking words ถูกใช้แบบพอดี
  • idea ถูกขยายต่อ
  • flow อ่านแล้วลื่นกว่า
  • structure ดู flexible มากกว่า

ตัวอย่าง IELTS Writing Task 2

ตัวอย่างโจทย์

Some people believe that students should focus only on academic subjects, while others think they should also learn practical skills.

Discuss both views and give your opinion.

ตัวอย่างคำตอบ Band 6 vs Band 7

ตัวอย่าง Band 6 ใช้ Linking Words แบบ “ไม่ช่วยเพิ่มคะแนน”

Firstly, students should focus on academic subjects because they are important.
Secondly, practical skills are also useful for life.
Moreover, students need both skills.
Finally, I think both are important.

ปัญหาของ writing แบบนี้คือ

  • ใช้ Firstly / Secondly / Finally แบบ mechanical
  • ไม่มีการขยาย idea
  • linking words มี แต่ไม่ได้ช่วย flow จริง

Essay ลักษณะนี้มักอยู่ประมาณ Band 6.0–6.5

ตัวอย่าง Band 7+ ใช้ Linking แบบ “เป็นธรรมชาติ”

Students should primarily focus on academic subjects, as these provide the theoretical foundation necessary for future careers.

However, practical skills are equally important, particularly in helping students adapt to real-world situations. For example, skills such as communication and problem-solving can significantly enhance employability.

In my view, a balanced approach is the most effective, as it allows students to develop both intellectual and practical abilities.

จุดที่ทำให้ writing ดู Band สูงขึ้นคือ

  • linking words ถูกใช้แบบธรรมชาติ
  • มีการขยาย idea จริง
  • sentence structure หลากหลาย
  • logic ระหว่างประโยคชัดเจน

แบบฝึกหัดฝึกใช้ Linking Words 

ลองเติม linking words ที่เหมาะสมลงในช่องว่าง

  1. ________ the rise of social media, there has been an increase in online communication.
  2. Many people prefer working from home. ________, others believe working in an office is more productive.
  3. Students should learn financial skills. ________, they may struggle to manage money in the future.
  4. ________, governments should invest more in education to improve the quality of life.

เฉลย:

  1. Due to / Because of
  2. However / On the other hand
  3. Otherwise / As a result
  4. In my opinion / Overall

วิธีคิดแบบ Examiner ที่ช่วยให้คะแนนขึ้นจริง

เวลาเขียน IELTS Writing อย่าคิดว่า “ต้องใส่ linking words ให้เยอะที่สุด” แต่ให้คิดว่า

👉 idea ชัดหรือยัง
👉 ขยายเหตุผลพอไหม
👉 flow อ่านแล้วธรรมชาติหรือเปล่า

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ IELTS Writing ได้ Band สูง ไม่ใช่จำนวนคำเชื่อม แต่คือ “คุณภาพของการสื่อสาร” มากกว่า

แนะนำคอร์ส IELTS การันตีคะแนน 7.5+

ก่อนจะเลือกคอร์สไหนก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ “รายละเอียดคอร์ส” แต่คือ คนที่เรียนจริง เขาทำยังไง คนที่ได้คะแนนสูง เขาคิดแบบไหน 3 คลิปนี้จะช่วยให้เห็นภาพตั้งแต่เริ่มต้นจนได้คะแนนสูง

▶️ จากพื้นฐาน → Band 7 ต้องเตรียมสอบอะไรบ้าง (ครูพี่กิ๊บ Oxford เล่าเอง)

ถ้าน้อง ๆ ยังรู้สึกว่า “อ่านเองก็อ่านนะ แต่ไม่รู้ว่าต้องโฟกัสอะไร”

คลิปนี้จะช่วยเคลียร์ทุกอย่างให้ชัดขึ้น

ในคลิป ครูพี่กิ๊บจะเล่าให้ฟังตรง ๆ ว่า

  • จุดที่เด็กส่วนใหญ่ “พลาดโดยไม่รู้ตัว”
  • ส่วนไหนของข้อสอบที่ “เก็บคะแนนได้ง่าย”
  • และควรจัดลำดับการอ่านยังไงให้คะแนนขึ้นจริง

💡 ดูคลิปนี้ก่อน = จะไม่อ่านมั่ว และไม่เสียเวลาไปกับจุดที่ไม่สำคัญ

▶️ เคสจริง Band 7.5 — ใช้ยื่นเรียนต่อ UCL

นี่ไม่ใช่แค่รีวิวทั่วไป แต่เป็น “เส้นทางจริง” ของพี่เซน

จากการเตรียม IELTS  จนได้ 7.5 และใช้คะแนนนี้ไปยื่นเรียนต่อ MSc Management ที่ UCL

ในคลิปจะได้เห็นว่า

  • ต้องเตรียมตัวยังไงถึงจะไปถึง 7.5
  • ระหว่างทางติดอะไรบ้าง
  • และมีการปรับแผนยังไงให้คะแนนขึ้น

เหมาะมากสำหรับน้อง ๆ ที่เคยคิดว่า “7.5 มันไกลเกินไปไหม?”

ดูแล้วจะรู้ว่า… มันเป็นไปได้จริง

▶️ เทคนิค IELTS Band 8.0 — จากรุ่นพี่หมอจุฬาฯ (Nerdy Nut)

ถ้าน้อง ๆ อยากรู้ว่า “คนที่ได้ 7.5+ หรือ 8.0 เขาเตรียมตัวยังไง”

คลิปนี้คือคำตอบ พี่นัตถ์ (Nerdy Nut) จะพาไล่ครบทั้ง 4 Skills
แบบที่ใช้สอบจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

  • Reading ทำยังไงให้เร็วและแม่น
  • Writing วางโครงยังไงให้ได้ Band สูง
  • Speaking พูดยังไงให้ได้คะแนน
  • Listening ฝึกแบบไหนให้ไม่พลาด

จุดสำคัญคือ “เอาไปใช้ได้ทันที” 

Expert for IELTS — การันตี 7.5 

คอร์สนี้เหมาะกับน้อง ๆ ที่ตั้งเป้า Band 7.0 – 7.5+
คอร์สนี้ไม่ได้พาน้อง ๆ ไปลุยข้อสอบทันที แต่จะเริ่มตั้งแต่

👉 ปรับพื้นฐานที่จำเป็นให้แน่น
👉 ต่อด้วยเทคนิคทำข้อสอบแบบเป็นระบบ
👉 และปิดท้ายด้วยการฝึกโจทย์ระดับสอบจริงแบบเข้มข้น

เพื่อให้สุดท้ายแล้ว น้อง ๆ ไม่ใช่แค่ “ทำข้อสอบได้”
แต่สามารถ “ทำคะแนนถึง Band ที่ตั้งไว้ได้จริง”

จุดเด่นของคอร์สนี้:

  • การันตีคะแนน 7.5
  • ถ้าคะแนนไม่ถึง → เรียนซ้ำได้
  • เน้นเทคนิค + การวิเคราะห์ข้อสอบเชิงลึก
  • วาง flow การเรียนตั้งแต่พื้นฐาน → เทคนิค → ตะลุยโจทย์จริง

IELTS All-in-One — การันตี 6.5 

ถ้าน้อง ๆ ยังรู้สึกว่า พื้นฐานยังไม่แน่น คอร์สนี้จะพาไล่ครบทุก Skill เรียนจบแล้ว
จะพร้อมไปตะลุยโจทย์ได้เลย

จุดเด่น:

  • การันตี 6.5
  • ครบทุก Skill ในคอร์สเดียว

ปูพื้นฐานก่อนสอบ 

สำหรับน้อง ๆ ที่ยังไม่พร้อมลุย IELTS ทันที

  • IELTS Foundation
    • Grammar Foundation
    • English Foundation

กลุ่มนี้จะช่วยให้
👉 เข้าใจ Grammar แบบ “ไม่ต้องท่อง”
👉 ลดปัญหาอ่านไม่ออก / ฟังไม่ทัน

ตะลุยโจทย์ IELTS — สำหรับคนใกล้สอบ

ถ้าน้อง ๆ มีพื้นฐานแล้ว
แต่ยัง “ทำข้อสอบไม่ทัน / ไม่แม่น”

คอร์สนี้จะช่วย:

  • ฝึกข้อสอบจริง
  • จับ timing
  • เพิ่มความเร็ว + ความแม่น

ฝึกสกิลเฉพาะ — โฟกัสจุดอ่อน แก้ตรงจุด คะแนนขึ้นไวกว่า 

สำหรับน้อง ๆ ที่ไม่ได้อยากเรียนทั้งคอร์ส แต่รู้ว่าตัวเอง “พลาดอยู่แค่บางสกิล”

การเลือกเรียนแบบแยกพาร์ตจะช่วยให้พัฒนาคะแนนได้เร็วกว่าเห็น ๆ 

Writing for IELTS

เขียนให้ตรงเกณฑ์ ไม่ใช่แค่เขียนเยอะ

คอร์สนี้ออกแบบมาสำหรับน้อง ๆ ที่รู้สึกว่า “เขียนก็เขียนเยอะนะ… แต่คะแนนไม่ขึ้นสักที”

เพราะปัญหาจริงของ Writing ไม่ใช่เรื่องปริมาณแต่คือ “เขียนไม่ตรงเกณฑ์ examiner”

ในคอร์สจะพาไล่ตั้งแต่

  • ฝึก Task 1 (กราฟ / ตาราง / แผนภูมิ) แบบเข้าใจโครงสร้างจริง
  • ต่อด้วย Task 2 (Essay) ที่เน้นการวาง logic และ argument ให้ได้คะแนน
  • เรียนรู้โครงสร้างการเขียนที่ examiner ใช้ให้คะแนนจริง
  • วิเคราะห์ model answer แบบละเอียด ว่าทำไมถึงได้ Band สูง

สิ่งที่น้อง ๆ จะได้ไม่ใช่แค่ “ตัวอย่างดี ๆ” แต่คือความเข้าใจว่า ต้องเขียนยังไง ถึงจะได้คะแนน

เหมาะมากสำหรับน้องที่

  • เขียนไปเรื่อย ๆ แต่ไม่รู้ว่าผิดตรงไหน
  • ใช้ศัพท์ยากแล้ว แต่คะแนนยังไม่ขยับ
  • อยากดัน Writing ให้ทะลุ Band 6 → 7

สามารถซื้อได้ทาง Shopee และผ่อนชำระได้ผ่าน SPayLater

Speaking for IELTS

พูดให้เป็นธรรมชาติ ตรงโจทย์สอบจริง

หลายคนติดกับดักว่า “ต้องพูดเก่งก่อน ถึงจะได้คะแนนสูง”

แต่ความจริงคือ IELTS Speaking วัด “วิธีตอบ” มากกว่าความเก่งภาษาเพียว ๆ

คอร์สนี้จะช่วยให้น้อง ๆ

  • ฝึกตอบคำถามตาม format ข้อสอบจริง (Part 1–3)
  • เรียนรู้เทคนิคการขยายคำตอบแบบไม่ตัน
  • ปรับการใช้คำและ sentence structure ให้ฟังเป็นธรรมชาติ
  • ได้รับ feedback เพื่อนำไปแก้จุดอ่อนแบบตรงจุด

เป้าหมายคือ เปลี่ยนจาก “คิดออกแต่พูดไม่ทัน” “พูดได้แต่ไม่เป็นระบบ” ให้กลายเป็น พูดได้คล่อง + มีโครงสร้าง + ได้คะแนน

เหมาะมากสำหรับน้อง ๆ ที่

  • คะแนนยังอยู่ช่วง Band 5.5 – 6.0
  • อยากเร่งคะแนน Speaking ให้ขึ้นแบบชัดเจนในระยะสั้น

ระบบซัพพอร์ตที่ทำให้เรียน IELTS แล้ว “ได้คะแนนจริง”

สิ่งที่ทำให้หลายคน “เรียน IELTS แล้วคะแนนไม่ขึ้น”
ไม่ใช่เพราะคอร์สไม่ดี แต่เป็นเพราะ “ไม่มีระบบซัพพอร์ตระหว่างทาง”

แต่ที่ Interpass ออกแบบคอร์สเรียนและตัวช่วยในการเรียนมาให้ครบวงจร
มีทั้งเรียน + ฝึก + feedback + จำลองสอบซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คะแนน “ขยับจริง”

เร่งคะแนนก่อนสอบ (Intensive Boost)

IELTS Booster 

“ติวเข้มก่อนสอบ” เหมาะมากกับน้อง ๆ ที่ใกล้สอบแล้ว แต่ “คะแนนยังไม่ถึงเป้า”

  • ตะลุยโจทย์แบบเข้มข้น
  • เร่งสปีด + เทคนิคสนามสอบจริง
  • เปิดปีละ 2 ครั้ง (รอบพิเศษ)

ระบบ Feedback ระหว่างเรียน

iSPEAK (ฝึก Speaking แบบมีคนฟีดแบคจริง)

  • ส่งคำตอบเป็นเสียงผ่าน LINE
  • ส่งได้ “ไม่จำกัด” ตลอดอายุคอร์ส
  • ได้ feedback ภายใน 7 วัน

น้อง ๆ จะรู้เลยว่า “พูดตรงไหน ยังไม่ใช่สิ่งที่ examiner ต้องการ” แล้วต้องปรับยังไง

iWRITE (ฝึก Writing แบบแก้จุดอ่อนจริง)

  • ส่งงานเขียนได้ไม่จำกัด
  • ตรวจ + feedback รายละเอียด
  • ส่ง Feedback กลับทาง Email

จุดนี้สำคัญมาก เพราะ Writing คือ skill ที่ “ทำเอง = ไม่รู้ว่าผิดตรงไหน”

จำลองสอบจริง + ฝึกก่อนลงสนาม

Mock Speaking (สอบพูดกับเจ้าของภาษา)

  • ซ้อมสอบ 1-1 กับ Native Speaker
  • มีทุกวันเสาร์ 

ลดการตื่นสนามจริง

Simulation Test (สอบเสมือนจริง)

  • จัดปีละ 4 ครั้ง
  • จำลองสนามสอบจริง
  • ได้รู้ Band Score ของตัวเอง ก่อนไปสอบจริง 

Test Bank (คลังข้อสอบ)

  • ข้อสอบมากกว่า 20 ชุด
  • ฝึกได้ในระบบ

เหมาะกับช่วง “เก็บชั่วโมงก่อนสอบ”

Support ที่ทำให้ “ไม่หลุดกลางทาง”

iSUPPORT

  • กลุ่มไลน์ถาม-ตอบเรื่องวิชาการ สำหรับคนที่มีข้อสงสัย เกี่ยวกับบทเรียน24 ชม.

iCARE

  • ปรึกษาตัวต่อตัว (ออนไลน์ / ที่สาขา)

SOP Review

  • ตรวจ Statement of Purpose
  • ใช้ยื่นเรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือคณะแพทย์
รู้จัก KMIDS สาธิตอินเตอร์ โรงเรียนนานาชาติสายวิทย์ที่แรกในไทย SAT Verbal อ่าน Passage ยาวอย่างไรให้จับใจความได้ที่ Interpass

Date : May 21, 2026

You May Like