BLOG

    Home Blog IELTS เตรียมตัวสอบ IELTS อย่างไร? ให้ได้ Overall Band 7.5 โดย ครูพี่กิ๊บ Oxford

เตรียมตัวสอบ IELTS อย่างไร? ให้ได้ Overall Band 7.5 โดย ครูพี่กิ๊บ Oxford

สำหรับการสอบ IELTS หรือการสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษนี่หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยากมากๆเลยที่จะได้คะแนนสูงๆที่จะส่งเราไปมหาวิทยาลัยในฝันหรือ dream school ของเราได้นะคะ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้ยากขนาดนั้นค่ะ วันนี้ครูพี่กิ๊บมีคำตอบมาบอกค่ะ

ทำไมการสอบ IELTS ให้ได้คะแนนสูงถึงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้?

เหตุผล 3 อย่างที่ การสอบ IETLS ไม่ได้ยากอย่างที่หลายๆคนคิดก็คือ

1. IELTS เป็นการวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่

            เนื่องจากข้อสอบ IELTS เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษที่มาจากประเทศอังกฤษ จัดทำโดย Cambridge University หลายๆคนเห็นแค่ชื่อคนออกข้อสอบก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆกันแล้วนะคะแต่ในความเป็นจริงถ้าเรารู้ว่าข้อสอบนี้ถูกจัดทำมาเพื่อคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก ก็จะเข้าใจว่าตัวข้อสอบเองจะไม่ยากมาก เปรียบเทียบง่ายๆ ก็ลองนึกถึงฝรั่งที่มาสอบภาษาไทยก็ได้ค่ะ เราคงจะไม่ทดสอบเขาเรื่องที่ยากมากๆ เอานิราศภูเขาทองให้เขาอ่านเลยก็ไม่ได้ สมาสชน สนธิเชื่อม (เฮลโหลลล ฝรั่งคงบินกลับประเทศค่ะ) เราก็คงจะต้องทดสอบเขาเรื่องที่เป็นการใช้ภาษาทั่วไป ดูว่าเขาใช้ภาษาในการสื่อสารได้ไหมจริงมั้ยคะ

            ข้อสอบ IELTS ก็เช่นกันค่ะ เป็นข้อสอบที่ใช้วัดว่าถ้าเราต้องไปเรียนหนังสือที่เขาสอนเป็นภาษาอังกฤษ เราจะรอดหรือรุ่ง ดังนั้นเราก็จะเห็นว่าข้อสอบมันก็จะออกเชิงการอ่าน passage ยาวๆ หรือถ้าเป็นการฟัง ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการฟัง ก็จะเป็นการฟัง lecture ในห้องเรียน

2. IELTS ไม่ได้เป็นการทดสอบความรู้เฉพาะทาง

            อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า IELTS เป็นแค่ “การวัดความรู้ภาษาอังกฤษในการเรียนที่เป็นภาษาอังกฤษ” ดังนั้นข้อสอบจะไม่ได้วัดความรู้เฉพาะทางของเราเลยค่ะ แปลว่าถึงแม้ว่าน้องจะเห็นเนื้อข้อสอบที่เหมือนจะเฉพาะทางเช่น ในข้อสอบ Reading อาจจะเห็น passage ที่พูดถึงเรื่องของการใช้การสะกดจิตในการแพทย์ แต่น้องก็ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอเพื่อที่จะทำข้อสอบนี้ได้ค่ะ แค่ใช้หลักการอ่านทั่วไป เช่นอ่านโจทย์ก่อนอ่านเนื้อเรื่อง หรือรู้วิธีการอ่านแบบจับใจความเพื่อประหยัดเวลาในห้องสอบก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำ reading ในข้อสอบ IELTS ค่ะ

3. IELTS เป็นข้อสอบที่มีรูปแบบชัดเจน และไม่เปลี่ยนลักษณะข้อสอบ

            อีกอย่างที่พี่ชอบมากสำหรับข้อสอบ IELTS ก็คือลักษณะข้อสอบมันไม่ได้มีการเปลี่ยนอะไรที่เป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่มากมายนัก ถ้าเปรียบเทียบกับข้อสอบ TOEFL ที่มาจากฝั่งอเมริกา ถือได้ว่า IELTS นี่แทบจะไม่ได้เปลี่ยนเลย (มีแค่เพิ่มวิธีการสอบให้สอบได้ทั้ง paper และ computer ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับน้องๆ ใครอยากทราบว่าข้อสอบ IELTS ที่สอบกับ computer ต่างจาก paper ยังไงก็ตามเข้าไปอ่านได้ที่บทความนี้เลยค่ะ http://interpass.in.th/ความเหมือนและแตกต่างขอ/) ในขณะที่ TOEFL มีการเปลี่ยนข้อสอบจาก PBT เป็น CBT เป็น iBT หลายรอบ ซึ่งการไม่เปลี่ยนแปลงเลยของ IELTS มีข้อดีก็คือ มีข้อสอบเก่าเยอะ มีเทคนิคการทำข้อสอบที่พัฒนาต่อเนื่อง ทำให้เราสามารถเรียนรู้และทำคะแนนได้ดีค่ะ

แล้วทำไมต้องสอบ IELTS ให้ได้ถึง 7.5?

            ข้อสอบ IELTS เนี่ยคะแนนเต็มคือ 9.0 (เรียกกันว่า band 9.0) ซึ่งแปลว่ายิ่งได้คะแนนมากเท่าไรก็ยิ่งดี ส่วนใหญ่แล้วมหาวิทยาลัยก็จะรับนักเรียนที่ได้คะแนนอยู่ที่ 6.0 ขึ้นไป แต่ถ้าเราได้ไม่ถึง มหาวิทยาลัยบางแห่งก็ยังจะรับเราเข้าไปอยู่ดีแต่อาจจะมีเงื่อนไขในการรับ หรือที่เรียกว่าเป็น conditional offer เช่นเราอาจจะต้องไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมกับทางมหาวิทยาลัยก่อนเปิดเทอมจริง ที่มักเรียกกันว่า pre-sessional course 

            สาเหตุที่เราต้องสอบให้ได้ 7.5 ก็เพราะส่วนมากมหาวิทยาลัย top เขารับคะแนนกันสูงค่ะ ถ้าความฝันของเราคือOxford, Cambridge ควรทำให้ได้เท่านี้ค่ะ แต่ว่าก็จะมีบางคณะที่รับที่ 7.0 แต่เราก็ตั้งเป้าไว้สูงๆก่อนค่ะ ทั้งนี้หลายๆคนคิดว่าIELTS ยื่นได้แค่ฝั่งอังกฤษ และออสเตรเลีย แต่ในความเป็นจริงแล้วหลายๆมหาวิทยาลัย top ในอเมริกาก็รับคะแนน IELTSเช่นกันนะคะ ดังนั้นทางที่ดีเช็คกับ website ของมหาวิทยาลัยก่อนนะคะ เพราะบอกเลยว่าถ้าเขารับ IELTS ล่ะก็ สอบ IELTS เถอะค่ะ ง่ายกว่ากันเย๊อะะะ

วิธีการสอบ IELTS ให้ได้ Overall Band 7.5

การสอบให้ได้ 7.5 ไม่ยากค่ะน้องๆ ขอแค่สามอย่างคือ ความตั้งใจ, เวลาในการเตรียมตัวที่เพียงพอ และ วิธีการเรียนที่ถูกต้อง

ความตั้งใจ

            ต้องบอกน้องๆก่อนว่าถึงแม้เราไม่เก่งภาษาอังกฤษขั้นเทพ แต่หากเรามีความตั้งใจแล้วล่ะก็ เราก็สามารถทำคะแนนได้ดี เพราะอะไรหรือคะ? เพราะข้อสอบมันตายตัวไง แรกๆเราอาจจะรู้สึกว่ามันยากจังเลย แต่ถ้าเราทำทุกวัน คะแนนขึ้นแน่นอน เพราะการทำซ้ำจะช่วยให้เราเก่งขึ้นแน่นอน ขอแนะนำเลยค่ะว่าถ้าอยากได้ 7.5 จริงๆ ต้องอ่านหนังสือให้ได้เหมือนเวลาไปโรงเรียน หรือเวลาไปทำงานเลย ก็คือวันละ 8-10 ชั่วโมง อย่าคิดว่าการอ่านหนังสือวันละ 2 ชั่วโมงคือดีแล้ว ถ้าเราอยากได้คะแนนเยอะ เราต้องสู้ค่ะ! ตื่นเช้าขึ้นสักหน่อย นอนดึกขึ้นสักนิด รับรองว่าในเวลาไม่กี่เดือน คะแนนขึ้นแน่นอน

เวลาเตรียมตัวที่เพียงพอ

            อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะตั้งใจแค่ไหน แต่เวลาที่เรามีก็เป็นปัจจัยสำคัญในการทำคะแนนให้ขึ้นได้อย่างที่เราต้องการถ้าเราไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมากๆ แน่นอนว่าเราก็ต้องมีเวลาในการเตรียมตัวมากกว่าคนที่พื้นฐานดีอยู่แล้วจริงมั้ยคะ ดังนั้นถ้ามีใครมาบอกว่าสามารถสอนให้น้องๆได้คะแนน 7.5 จากการเรียนแค่วันเดียว บอกเลยค่ะว่าโอกาสเป็นไปได้น้อยมากจริงๆแล้วเราควรจะให้เวลากับการเตรียมตัวสอบให้พอเหมาะเช่น คนที่ทำงานไปด้วยอาจจะอ่านหนังสือตอนค่ำสัก 2-3 ชั่วโมง ส่วนวันหยุดก็ให้เวลาไปเลยค่ะ 10 ชั่วโมง พอเรียนทฤษฎีจบแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะไปสอบได้เลยนะคะ ควรจะมีเวลาทำข้อสอบเก่าให้ได้อย่างน้อยสัก 10 ชุด และสำคัญมากๆที่ต้องจับเวลาด้วยนะคะ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ที่ทำข้อสอบที่บ้านได้คะแนนดี จะไปตกม้าตายตอนทำในห้องสอบจริง เพราะตื่นเต้นเรื่องเวลานี่แหละค่ะ

วิธีการเรียนที่ถูกต้อง

เร่ิมจากพื้นฐาน  ตามที่ได้บอกไปแล้วค่ะ ถ้าเราไม่เก่งมาก ต้องเริ่มจากพื้นฐานก่อน grammar พื้นฐานต้องแม่น อย่างน้อยเรื่องเหล่านี้ต้องได้ค่ะ

  • Parts of Speech (noun, pronoun, verb, adjective, adverb, preposition, conjunction)
  • Subject-Verb Agreement
  • Verb-Tense
  • Voice
  • Sentence Structure (simple, compound, complex)
  • Conditional Sentence

            เข้าใจลักษณะข้อสอบและเริ่มเรียนเนื้อหา  เมื่อเข้าใจเรื่องพื้นฐานเหล่านี้แล้ว เราต้องเริ่มเข้าใจว่าข้อสอบ IELTS มีการทดสอบอะไรบ้าง ซึ่งข้อสอบแบ่งเป็น 4 ส่วน คือการฟัง พูด อ่าน เขียน เราต้องรู้ว่าเวลาในแต่ละส่วนคือเท่าไร เมื่อเรารู้จักคู่ต่อสู้ของเราแล้ว ก็ได้เวลาเรียนเนื้อหาจริงๆแล้วล่ะค่ะ แนะนำว่าควรเรียนเนื้อหาให้ครบทั้ง 4 skills เพราะบางคนอาจจะรู้สึกว่าเราเก่งในบาง skill แล้ว ไม่ต้องเรียนก็ได้ เช่น นักเรียนบางคนอาจพูดภาษาอังกฤษได้อยู่แล้วเพราะทำงานกับบริษัทต่างชาติ แต่อันที่จริงแล้วบริบทของข้อสอบอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราใช้อยู่ทุกวัน ดังนั้นการเรียนรู้ว่าเราจะไปเจออะไรในการสอบจริงนั้นมีประโยชน์มากค่ะ

            ฝึกฝนอย่างถูกต้อง เมื่อเรียนเนื้อหาจบแล้ว ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือการฝึกฝนนี่แหละค่ะ หลายคนไม่ยอมฝึกฝน เรียนทฤษฎีจบแล้วจะไปสอบเลย บอกเลยว่าไม่ได้ค่ะ เพราะเราต้องทำการเจอโจทย์หลายๆประเภทก่อนที่จะไปสอบจริง ข้อสอบ IELTS เป็นข้อสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษทั่วไป ดังนั้น exam pool จะกว้างมาก เช่นในการสอบ speaking อาจจะถามเราได้ทุกเรื่องตั้งแต่ชีวิตของเรา การเรียน การทำงาน สถานที่ท่องเที่ยว ความเชื่อ หรือค่านิยม 

ดังนั้นยิ่งฝึกพูดให้ครอบคลุมได้มากเท่าก็ยิ่งเป็นผลดีกับเรามากเท่านั้น  และเราก็ควรที่จะต้องหาคนฟังสิ่งที่เราพูดด้วยนะคะว่าใช้ได้มั้ย ถ้าพูดไปแต่ไม่ได้กลับมาฟัง เราก็จะไม่ทราบว่าเราพูดดีหรือไม่ดี และอีก skill ที่เป็นจุดอ่อนของคนไทยเราก็คือการเขียน writing ค่ะ เพราะเราไม่ค่อยได้ฝึกการเขียนกันเท่าไรตอนเป็นนักเรียน ดังนั้นยิ่งให้เวลากับมันมากเท่าไรก็ยิ่งดีเช่นกันค่ะ อ่อ และการเขียน writing ก็เหมือนกันกับ speaking ค่ะ อย่าลืมหาคนตรวจที่ไว้ใจได้นะคะ ซึ่งทาง InterPass มี services หลายอย่างทั้ง iWrite และ iSpeak เป็นที่เดียวที่ตรวจการบ้านให้แบบไม่จำกัดเลยละค่ะ ใครสนใจสามารถติดต่อตามช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

            สรุปสั้นๆเลยนะคะ การได้ IELTS 7.5 ไม่ยากค่ะ ขอให้ทุกคนตั้งเป้า และให้เวลากับมัน (แต่เป้าหมายและเวลาต้องสอดคล้องกันนะคะ) เรียนเนื้อหาให้จบเพื่อทำความเข้าใจข้อสอบและหลักการให้คะแนน จากนั้นลุยทำข้อสอบเลยค่ะ ทั้งหมดนี้ถ้าเราพื้นฐานดีอยู่แล้ว พี่คิดว่าเวลาสัก 3 เดือนก็น่าจะพอสำหรับการเตรียมตัวค่ะ แต่ถ้าหากเราพื้นไม่ดีเท่าไร ก็ต้องให้เวลากับมันมากกว่านั้นค่ะ อย่างไรก็ตามทุกอย่างเป็นไปได้ค่ะ ถ้ามีคำถามอะไรก็สามารถสอบถามพี่มาได้เลยนะคะ ยินดีตอบคำถามน้องๆเสมอค่า

_________________________________________
InterPass ที่ 1 ด้านอินเตอร์ ✈

สอบถามคอร์สเรียนInbox : m.me/interpassinstitute

Tel:089-9964256, 089-9923965

Line: @InterPass

Date : Jun 8, 2020

You May Like