BLOG

    Home Blog IELTS ไขข้อข้องใจ ความแตกต่างระหว่าง IELTS Paper-Based Test VS IELTS Computer-Delivered Test

ไขข้อข้องใจ ความแตกต่างระหว่าง IELTS Paper-Based Test VS IELTS Computer-Delivered Test

สวัสดีค่ะน้องๆ ของ InterPass ทุกคนที่จะต้องเตรียมสอบและใช้คะแนน IELTS ไม่ว่าจะใช้ในการยื่นเข้ามหาลัยหรือไปใช้ในต่างประเทศ และจะมีคำถามยอดฮิตที่หลายๆคนเข้ามาสอบถามพี่ๆว่าควรจะสอบ IELTS แบบคอมพิวเตอร์ หรือแบบกระดาษดี แล้วแบบไหนถึงจะเหมาะกับตัวเราที่สุดดังนั้น Blog นี้จะช่วยน้องๆในการแชร์ข้อมูลต่างๆของการสอบทั้ง 2 แบบ เพื่อให้น้องๆมีตัวเลือกในการตัดสินใจในการเลือกสอบได้ง่ายขึ้น และแบบไหนที่ตอบโจทย์น้องมากที่สุด ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยยย!!

ความเหมือนกันและแตกต่างของข้อสอบ IELTS ทั้ง แบบ

เริ่มต้นสิ่งแรกที่จะแชร์ให้น้องๆได้รู้กันคือสิ่งที่เหมือนกันของข้อสอบ IELTS ทั้ง 2 แบบ นั่นคือไม่ว่าจะเลือกสอบอันไหน เนื้อหา รูปแบบคำถาม ทักษะ รวมไปถึงความยากของข้อสอบจะไม่ต่างกัน และการให้คะแนนจะยังคงอิงตามเกณฑ์ที่มีทั้งหมด 9 band เหมือนเดิมซึ่งในการสอบคอมพิวเตอร์ที่น้องๆสอบพวก Listening, Reading, และ Writing ไปแต่ speaking ยังคงต้องสอบแบบตัวต่อตัวกับกรรมการคุมสอบเหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าการสอบแบบตัวต่อตัวเป็นการทดสอบทักษะการพูดที่ดีทีสุดและคล้ายการสนทนาที่ใช้ในชีวิตจริง ในส่วนของประเทศไทยนั้นสำหรับการจัดสอบของผู้จัดสอบทั้ง 2 สถาบันนั้นต่างก็มีการสอบแบบคอมพิวเตอร์หมดแล้วทั้งนั้นทำให้สะดวกในการสอบมากขึ้น

สำหรับความต่างของ IELTS ทั้ง 2 แบบนั้นมีอะไรบ้าง

  1. ราคา : การสอบ IELTS นั้นทั้ง 2 แบบราคาจะอยู่ที่ 6,900 บาท ในรูปแบบเชิงวิชาการและรูปแบบทั่วไปแต่ราคาจะแตกต่างกันในส่วนของการสอบ IELTS for UKVI อยู่ที่ประมาณ 7,710 บาท และ IELTS Life skill (A1 & B1) อยู่ที่ 5,800 บาท ในเรื่องของราคาทั้งหมดจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสถาบันจัดสอบที่น้องๆไปสมัครสอบ
  2. คะแนนสอบ : สำหรับการรับผลการสอบของทั้ง 2 แบบในการทำแบบ Test Report Form หรือ TRF เวลาก็จะต่างกันไปอีกซึ่งในรูปแบบคอมพิวเตอร์จะสามารถรับรู้ผลการสอบได้เร็วกว่าภายใน 3 – 5 วัน และแบบกระดาษจะอยู่ที่ 13 วัน ดังนั้นน้องๆสามารถเลือกการสอบแบบที่น้องๆเหมาะสมกับตัวเองได้ตามต้องการได้เลย
  3. ศูนย์สอบ : สถานที่สอบ IELTS ในประเทศไทยมีอยู่ 2 ที่นั่นคือ IDP และ British Council ซึ่งถ้าเป็นสถานที่สอบในกรุงเทพจะมีการสอบแบบคอมพิวเตอร์ให้ แต่ถ้าเป็นในส่วนของต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะเป็นการสอบแบบกระดาษ

ทั้งนี้ ผู้สอบสามารถเช็คปฏิทินการจัดสอบ IELTS ของ IDP ได้ที่นี่เลย

เช็กความแตกต่างของแต่ละพาร์ทของ IELTS

Listening Part

  • สำหรับ Listening Part นี้จะเป็นพาร์ทแรกของการทำข้อสอบซึ่งการสอบแบบ computer น้องจะได้กระดาษมาเพื่อการจดหรือโน้ตด้วยแต่ถ้าเป็นการสอบแบบ paper น้องๆจะสามารถโน้ตลงในกระดาษคำถามแทนได้เลย
  • Paper Test: ในพาร์ทของการฟังนี้สำหรับการสอบแบบกระดาษหลังจากที่น้องๆได้ทำการฟังคำถามทั้งหมดแล้ว น้องๆจะมีเวลาในการตอบคำถามลงกระดาษประมาณ 10 นาทีซึ่งน้องๆจะมีเวลาเหลือพอในการเช็กข้อมูลความถูกต้องก่อนที่จะส่งได้
  • Computer Test: ในพาร์ทการสอบการฟังแบบคอมพิวเตอร์นี้ ระหว่างการฟังน้องๆสามารถพิมคำตอบเข้าไปได้เลยหรือเลือกคำตอบในคอมไว้ได้ และจะมีเลขขึ้นว่าเราทำไปกี่ข้อแล้วเหลืออีกกี่ข้อ พอเสียงคำถามสิ้นสุดลงน้องจะมีเวลาเหลือใรการตอบหรือเช็กอีกแค่ 2 นาทีหลังจากนั้นจอจะดับลง

Reading Part

  • Paper Test: สำหรับพาร์ทการอ่านแบบกระดาษ น้องๆจะสามารถโน้ตหรือขีดเส้นได้ในการดาษคำถามหรือในเนื้อเรื่องที่อ่านได้แล้วจึงค่อยมาตอบลงในการดาษคำตอบ ซึ่งการสอบแบบนี้อาจจะทำให้น้องมีไอเดียในการจับคำตอบต่างๆในเนื้อเรื่องมาเชื่อมโยงกันได้ง่าย และสามารถเปิดกลับมาอ่านได้ ส่วนการจับเวลาจะมีผู้คุมสอบในการบอกเป็นระยะๆ
  • Computer Test: การสอบการอ่านแบบคอมพิวเตอร์ น้องๆจะมีการดาษไว้ใช้ในการจดหรือโน้ตคำ keyword ในการใช้ตอบคำถามเพราะน้องจะไม่สามารถจดได้ทั้งเรื่องๆเพราะคงไม่ทันเวลาแน่ๆ ดังนั้นน้องๆคนไหนที่ไม่ชอบการจดโน๊ตหรือหาคีย์ของเรื่องไม่ได้อาจจะลำบากนิดนึง ส่วนเรื่องของเวลาจะมีบอกในหน้าจอเวลาน้องสอบ น้องๆสามารถวางแผนในการสอบได้เองว่าควรทำเสร็จให้ทันตอนไหน และเมื่อเวลาหมดหน้าจอจะดับทันที

Writing Part

  • Paper Test: สำหรับการสอบเขียนในรูปแบบกระดาษ ข้อดีของการสอบเลยคือน้องๆจะสามารถวางแผนการเขียนได้จากกระดาษคำถามและสามารถเชื่องโยงจุดต่างๆ จาก task ต่างได้ง่ายซึ่งน้องๆส่วนใหญ่จะเลือกการสอบแบบกระดาษมากกว่าเพราะง่ายต่อการแก้ไขหรือแก้รูปประโยคใหม่ ซึ่งข้อควรระวังก็คือตัวหนังสือที่เขียนคสรจะอ่านออกสวยงามเพื่อให้ผู้ตรวจอ่านออกได้ชัดเจน
  • Computer Test: การสอบพาร์ทการเขียนแบบคอมพิวเตอร์ น้องๆจะได้กระดาษในการจดหรือโน้ต แต่น้องๆจะไม่สามารถทำไฮไลท์บนคอมได้แต่จะทำได้แค่พิมพ์คำตอบลงไปเท่านั้น แต่ข้อดีของการสอบคือคอมพิวเตอร์จะมีการนับจำนวนคำให้และบอกบนหน้าจอทำให้ง่ายต่อการเขียนว่าเราได้กี่คำแล้ว และการสอบบนคอมทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบของกรรมการเพราะสามารถอ่านออกได้ชัดเจน หากน้องๆเป็นคนที่พิมพ์เร็วอยู่แล้วการสอบแบบนี้น่าจะเหมาะกว่า และเมื่อเวลาหมดหน้าจอก็จะดับทันที

4 ปัจจัยที่จะช่วยตัดสินใจในการเลือกสอบ IELTS Paper-Based Test and IELTS Computer-Delivered Test ดีกว่า

  1. ลายมือถ้าน้องๆคนไหนเป็นคนที่เขียนได้สวยและอ่านออกชัดเจน แนะนำให้เลือกสอบแบบกระดาษ แต่ถ้าน้องๆคนไหนที่คิดว่าลายมือตัวเองจะทำให้กรรมการอ่านออกได้ยากควรจะเลือกสอบแบบคอมพิวเตอร์จะดีกว่า เพราะในถ้าในพาร์ทการเขียนและอ่านถ้าน้องๆเขียนลายมือที่อ่านยากเกินไปกรรมการอาจจะมีสิทธิ์ที่ข้อนั้นจะผิดไปได้
  2. ความเร็วในการพิมพ์ ถ้าน้องๆเป็นคนที่พิมพ์ช้าอยู่แล้วอาจจะไม่ถนัดในการสอบแบบคอมเพราะอาจจะต้องใช้ความเร็วในการพิมพ์เพราะถ้าหมดเวลาคอมจะดับทันทีเลยอยากจะแนะนำเป็นการสอบแบบกระดาษ หรือถ้าเป็นคนที่พิมพ์ผิดบ่อยๆอันนนี้อาจจะต้องไม่เลือกการสอบแบบคอมไป
  3. ความสะดวกในการเลือกรูปแบบการสอบ แน่นอนว่าการสอบแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างการสอบแบบกระดาษน้องๆอาจจะชอบการสอบแบบต้องมีคนในห้องอยู่ด้วย ซึ่งตรงข้ามกับน้องสอบแบบคอมถ้าชอบความเงียบและสันโดษสามารถนั่งอยู่กับหน้าจอคอมนานๆได้ก็อาจจะเลือกสอบแบบคอมได้
  4. ระยะเวลาของผลสอบ มีผลต่อน้องๆที่จะต้องรีบใช้คะแนน หรือ ช่วงระยะเวลาที่ใกล้ยื่นคะแนนเข้ามหาวิทยาลัยแล้วอาจจะต้องเลือกสอบแบบคอมเพราะจะได้ผลคะแนนสอบเร็วกว่ากระดาษ

เป็นยังไงกันบ้างน้องๆชาว InterPass สำหรับบทความนี้ หวังว่าการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการ สอบ IELTS แบบกระดาษ และแบบคอมพิวเตอร์นี้จะช่วยให้น้องๆ เห็นภาพมากขึ้น ว่าน้องๆแต่ละคนเหมาะหรือควรเลือกสอบแบบไหนที่คิดว่าตัวเองถนัดดี

สำหรับน้องๆที่อยากได้ IELTS 7.0+ ก็อย่าลืมติดตามความรู้ดีๆแบบนี้ได้เรื่อยๆจาก Interpass นะคะ ใครที่อยากเรียนคอร์ส IELTS พี่ก็แนะนำเลยจ้ะ เริ่มจากปรับพื้นฐาน เรียนเนื้อหา ไปจนตะลุยโจทย์ไปพร้อมๆกัน แนะนำ Expert for IELTS ค่ะ ลองดูรายละเอียดคอร์สได้ที่นี่เลยค่ะ

สำหรับวันนี้ต้องลาน้องๆไปก่อน บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสอบ IELTS Click ที่นี่

สำหรับน้องๆ ชาว InterPass ที่อยากเข้าคณะอินเตอร์ และอยากได้ตัวช่วยในการสอบให้เราผ่านไปได้อย่างชิวๆ ทางพี่ๆ InterPass ก็มี คอร์สเรียนที่ตอบโจทย์ เนื้อหาที่จำเป็นต้องใช้ในการสอบยื่นเข้าคณะอินเตอร์ในฝันของน้องๆ จัดเต็มครบทุก skill ตั้งแต่ปรับพื้นฐานไปจนถึงตะลุยโจทย์เข้มข้น จะเป็น Live Class เรียนสดกับติวเตอร์ที่สถาบัน หรือ New S.E.L.F อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ทุกที่ทุกเวลาออนไลน์ที่น้องๆต้องการ และคอร์สสด ตัวต่อตัวติวเข้มทุกเนื้อหาที่ต้องการ ทั้งสนุกและได้ความรู้ที่จะนำไปสอบต่อจากผู้สอนระดับแนวหน้า พอรู้แบบนี้แล้วก็อย่ารอช้าที่จะแอด Line : @InterPass เข้ามาสอบถามข้อมูลกันได้เลย หรืออยากวางแผนการเรียนไปพร้อมกับพี่ๆได้ทั้ง 3 ช่องทางทั้งที่ InterPass สาขาสยามสแควร์ซอย 10 และสาขาวรรณสรณ์ชั้น 9 หรือจะ Tel : 089-9964256, 089 -9923965 สมัครได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด 09:00 – 19:00 น.ได้เลยนะคะ

________________________________________
InterPass ที่ 1 ด้านอินเตอร์ ✈️
สอบถามคอร์สเรียน Inbox: m.me/interpassinstitute
Line: @InterPass
Tel: 089-9964256, 089-9923965

Date : Aug 3, 2021

You May Like